สายเลือดออกมาเคลือบจนกลายเป็นเกราะปราณนั้น ดูเหมือนว่านอกจากคนที่มีระดับการบ่มเพาะเป็นนักรบสายเลือดระดับราชาหรือเหนือกว่าแล้ว คนอื่นๆจะไม่เห็นเกราะปราณของเจ้าได้ นี่คือเหตุผลว่าในตอนนั้นไม่มีใครเลยเห็นเกราะปราณของเจ้านอกจากข้า และนี่ก็จะหมายความว่าคนอื่นในสำนักนอกจากข้าจะไม่มีใครรู้ถึงระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของเจ้า”
“แต่ในเรื่องนี้ก็เป็นผลประโยชน์กับเจ้าเองด้วยเช่นเดียวกันในยามต่อสู้ พูดแค่นี้ข้าเชื่อได้ว่าเจ้าเองต้องเข้าใจอย่างแน่นอน”
แน่นอนว่าเขานั้นย่อมเข้าใจ ตราบใดที่ไม่มีคนเห็นระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของเขาได้ล่ะก็ เขาจะสามารถกดตัวเองให้ต่ำได้เฉกเช่นก่อนหน้านี้ กับเรื่องนี้แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดี
แต่ดูเหมือนว่าในครั้งนี้เขาเองก็ไม่อาจพูดถึงสายเลือดโกลาหลแรกกำเนิดของเขาได้เช่นเดียวกัน เพราะแม้แต่ผอ.ที่อยู่ในระดับราชายังไม่มั่นใจว่าเขามีสายเลือดใด แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจเปิดปากถามตรงๆ
“แล้ว…ผอ.ครับ ท่านเรียกข้ามาที่นี่ทำไมกัน”
ผอ.ได้ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว “อย่างแรก ในการประลองสี่สำนักที่จะจัดขึ้นนี้ ผอ.กันหนันขอมาเป็นกรณีพิเศษเลยว่าให้เจ้านั้นต้องเข้าร่วม ส่วนเหตุผลเจ้านั้นก็น่าจะพอเดาได้”
ต่อให้ผอ.ไม่พูดอ้อมค้อมซะขนาดนี้ เขาก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขา
“อย่างที่สองเป็นเรื่องของแก่นโลหิตของสัตว์ประหลาดระดับราชาที่ผู้การกันหนันมอบให้เจ้า”
ผอ.ได้เดินว่อนไปทั่วห้องก่อ