มเป็นไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ดูเหมือนว่าเขาเองนอกจากการเก็บตัวบ่มเพาะแล้วคงต้องหาเวลาไปหาความรู้เพิ่มเติมอีกสินะ
“ท่านผอ. ท่านทำให้ข้าสงสัยนักว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านเมื่อท่านกลับมาแล้วถึงกับต้องสั่นระฆังเรียกรวมพลแบบนี้กัน”
คนที่พูดออกมาไม่ใช่ ผอ. รองผอ. หรือผู้บริหารคนอื่น แต่เป็นฮู่ต้าไฮ่ผู้ซึ่งเป็นคนขวานผ่าซากมาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ผอ.เฉียนที่นั่งอยู่แถวหน้าเองได้มองไปทางซ้ายขวาเพื่อดูความพร้อมอยู่นั้น เมื่อได้ยินคำพูดของฮู่ต้าไฮ่แล้วก็อดยิ้มและพูดแซะไม่ได้ “ฮ่าฮ่า นิสัยของผู้อาวุโสฮู่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ กับความตรงไปตรงมานี้เห็นทีข้าเองคงต้องหาภรรยาให้ท่านตบแต่งสักคนแล้วกระมัง”
คำพูดของผอ.เฉียนนี้ทั้งเชือดเฉือนและหยอกเย้าไปในตัว นี่ทำให้บรรยากาศภายในกลุ่มของผู้บริหารและอาจารย์ต่างก็มีชีวิตชีวาจนมีการหัวเราะไปดังลั่นหอประชุม
เมื่อเทียบกันรองผอ.ที่เป็นคนพูดน้อยเยือกเย็นแต่เด็ดขาดแล้ว การที่ได้เห็นว่าผอ.เฉียนกับรองผอ.มีนิสัยต่างกันสุดขั้วแบบนี้ช่างอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เฉินเฉียงคิดไว้อย่างมาก
ก่อนหน้านี้เขานึกว่าผอ.เฉียนคนนี้ในฐานะที่เป็นผู้ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในสำนักแถมยังอยู่ในระดับราชาผู้นี้จะต้องเป็นชายแก่ลึกลับอะไรเทือกนั้น ซึ่งขัดกับสิ่งที่เขาเห็นอย่างสิ้นเชิง
หลังจากพูดคุยกันอย่างหอมปากหอมคอ ในที่สุด ผอ.เฉียนก็ได้เริ่มพูดในประเด็นสำคัญ
“ข้าพึ่งจะกลับมาจากเขตกันหนัน และ