างได้ตำแหน่งดีๆเลยแม้แต่น้อย”
ผอ.เฉียนไม่ได้ใส่ใจกับคำบ่นของศิษย์ในสำนักแต่อย่างใด เขาได้หยิบถ้วยชาที่วางอยู่ข้างหน้ามาจิบ ก่อนที่จะหันไปพูดคุยกับรองผอ.โดยไม่พูดต่อแต่อย่างใด และรอจนกระทั่งเสียงบ่นโอดครวญเหล่านี้ได้เงียบลง
“โอ้เงียบกันแล้วเรอะ ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะว่าพวกเจ้าน่ะจะบ่นไปก็เท่านั้น เพราะว่ากฎนี้ได้เห็นชอบจากผอ.ทุกสำนักคนแล้ว ไม่มีทางจะเปลี่ยนไปได้ และที่สำคัญที่สุดคือกฎข้อนี้ถูกเพิ่มโดยผู้การแห่งกันหนัน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงกฎข้อนี้ได้อีกต่อไป”
“ในตอนนี้พวกเจ้านั้นทำได้เพียงสองอย่างคือออกไปจากสำนักซะไม่ก็ตั้งมั่นในการบ่มเพาะต่อไปเพื่อที่จะยกระดับให้สูงขึ้นและพร้อมที่จะลงแข่งขัน หากว่าเมื่อถึงเวลาแข่งขันแล้วนึกเสียใจที่ลงแข่งก็สายแล้ว”
เมื่อได้ยินมาว่ากฎพิเศษนี้ถูกตั้งขึ้นโดยผู้การแห่งกันหนัน ทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือศิษย์สำนักต่างก็เงียบปากกันไปในทันที
“การประลองสี่สำนักในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นชะตาของสำนักเต่าดำของพวกเราเลยก็ว่าได้ ผลการแข่งในครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทรัพยากรที่สำนักจะได้รับมาในภายภาคหน้า และด้วยเหตุนี้ทำให้ข้าต้องกลับมาที่นี่เพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับผู้บริหารและอาจารย์ทุกท่าน ดังนั้นในการแข่งครั้งนี้อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด ทุกคนเข้าใจหรือไม่”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครที่จะตอบรับหรือคิดปฏิเสธคำพูดของผอ.เฉียน รองผอ.จึงได้ลุกขึ้นมาและ