ห่งครรภ์เซียนนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่ หากข้าควบคุมมันโดยตรงด้วยจิตหลัก แล้วบังเอิญถูกอั้งเซียวเล่นงานเข้า ไม่เพียงแต่ร่างจำแลงจะพังพินาศ…ตัวข้าเองก็อาจถูกลูกหลงได้!’
บทเรียนจากชาติปางก่อนยังฝังลึกในใจ
ดังนั้นในชาตินี้ ลวี่หยางจึงตัดสินใจเลือกแนวทางใหม่
คิดได้ดังนั้น เขาก็บังคับร่างของผู้ฝึกตนรวมลมปราณให้หยิบกล่องหยกขึ้นมา กล่องนั้นภายในบรรจุแสงสีอ่อนระเรื่อสายหนึ่ง แผ่จิตวิญญาณกระจ่างใส เต็มไปด้วยพลังชีวิตอันเคลื่อนไหว
สิ่งนั้น…คือเศษจิตแท้ของเขาเองที่ลวี่หยางใช้ “คลื่นแห่งเคราะห์กรรม” ตัดแยกออกจากจิตหลักและได้ตัดขาดกรรมผลทั้งหมดจากร่างแท้โดยสิ้นเชิง
อีกทั้งยังจัดการลบความทรงจำอย่างพิถีพิถัน หากปล่อยให้กลั่นตัวอยู่สักระยะ ย่อมสามารถค่อยๆ วิวัฒน์เป็นจิตที่มี “อัตตา” ได้โดยสมบูรณ์
กลายเป็น “ร่างจำแลงที่สอง” ในความหมายที่แท้จริง!
หากเป็นชาติที่แล้ว ต่อให้ฆ่าเขา ลวี่หยางก็ไม่มีวันทำเช่นนี้แน่
เพราะ “ร่างจำแลงที่สอง” ซึ่งมีสำนึกตนเอง ต่อให้หลอมมาจากจิตเดิม ก็ย่อมเป็นภัยซ่อนเร้นที่ควบคุมไม่ได้สำหรับร่างแท้โดยธรรมชาติ
เก็บไว้เท่ากับสร้างหายนะให้ตัวเอง
แต่ชาตินี้…ทุกอย่างแตกต่างออกไปแล้ว!
‘ชาตินี้ข้ามีพรสวรรค์สีทอง “หุ่นเชิด”! ต่อให้ร่างจำแลงมีสำนึกตนเอง ก็สามารถล้างจิตควบคุมได้โดยสมบูรณ์ อีกทั้งยังตัดขาดอิทธิพลจากภายนอก!’
หากดำเนินเช่นนี้…ถึงร่างจำแลงจะไปพบอั้งเซียวเข้าจริง ต่อให้อีกฝ่ายใช้