บทที่ 302 ยังคงต้องเป็นนักพรตแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์
ทะเลเมฆเชื่อมฟ้า หน้าผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์
จงกวงเจินเหรินนั่งตัวตรงเคร่งขรึม สายตามองร่างผู้ฝึกตนรวมลมปราณที่ลวี่หยางควบคุมผ่านหุ่นเชิด จนถึงขณะนี้จึงค่อยเผยท่าทีคล้ายว่ากำลังเจรจาฐานะเสมอกัน
“สหายต้องการของวิเศษชั้นยอดสักชิ้นหรือ?”
“โปรดให้ท่านผู้ทำหน้าที่เจ้าสำนักพิจารณา”
ลวี่หยางพยักหน้ากล่าวเสียงเรียบ ด้วยเขาตัดสินใจละทิ้งของที่ได้จากตระกูลหลี่แห่งก่านไห่ไปอย่างเด็ดขาด แผนการสร้างร่างครรภ์เซียนซึ่งจะใช้แทนตัวออกท่องโลก จึงยังค้างอยู่กลางทาง
และพอดีกับที่บรรพชนตระกูลอวิ๋นกับซิ่วซินเจินเหรินต่างก็ยากไร้ ผู้หนึ่งมาจากตระกูลล่มสลาย อีกผู้เป็นเพียงแขกกิตติมศักดิ์ไร้รากเงา ไม่มีของวิเศษติดตัวแม้แต่น้อย ไหนจะสถานการณ์ในเจียงหนานที่ทุกฝีก้าวล้วนมีภัย คิดพิเคราะห์โดยถี่ถ้วนแล้ว ลวี่หยางจึงเห็นว่า หากจะหาทางออกจริงๆ ก็ต้องเริ่มจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่เขารู้จักดีเท่านั้น
‘ก็ยังนับว่าสุภาพ…’
แววตาของจงกวงพลันเปลี่ยนไป ลวี่หยางมีท่าทีเคร่งขรึมถึงขนาดนั้น ถึงขั้นเรียกตนว่า “ท่านผู้ทำหน้าที่เจ้าสำนัก” ดูจากท่าทางราวกับเขาเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์เสียเอง
แต่เรื่องแบบนี้ จงกวงเจินเหรินย่อมไม่อาจเชื่อถือได้ง่ายๆ
ขุนนางผู้ซื่อสัตย์แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?
พูดเป็นเล่นไปเถิด สองคำนี้ไม่ควรจะมารวมกันได้ด้วยซ้ำ ฟังยังไงก็แค่