งถูกทำให้อับอายขายหน้าเป็นคนแรกๆด้วยซ้ำ
ด้วยการที่พวกนั้นยังไม่อยากจะเพิ่มเรื่อง มีหรือที่เขาจะเอาตัวเองไปสนอง
จ้าวฮั่นในตอนนี้มีใบหน้าที่แดงฉานแต่เขาก็ยังอดทนได้ในที่สุด เขาหันหลังกลับและเตรียมที่จะเดินจากไป
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาหันหลังกลับไปนั้น เสียงกำไลสื่อสารของเขาก็ดังขึ้นมา
“ตี๊ด ตี๊ด”
กำไลสื่อสารของทุกคนได้ดังขึ้นมา
“คนแล่เนื้อเฉินเฉียง ศิษย์แผนกวิชายุทธพิเศษ ระดับทหารขั้นสูง ขอท้าประลองกับจ้าวฮั่น ศิษย์แผนกวายุ ระดับนายพลวิญญาณขั้นต้น”
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นต่างก็นิ่งอึ้งไปในทันที
คนแล่เนื้อคลั่งไปแล้ว
ถึงแม้ว่าหลู่ฟางและศิษย์คนอื่นแห่งแผนกวิชายุทธพิเศษจะได้ชื่อว่าบ้าคลั่งแล้วก็ตาม แต่ข้อความท้าประลองที่เฉินเฉียงส่งออกไปนั้น ทุกคนต่างก็นึกออกมาในคำเดียวกันคือ สติแตก
ก่อนที่หลู่ฟางและศิษย์คนอื่นจะได้ทำอะไรนั้น พวกเขาไม่คิดว่าอาจารย์ของตนผู้ที่ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่ได้พบมาพักใหญ่ ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
“เฉินเฉียง”
“ไอ้ศิษย์เวรตะไล”
“ไม่ใช่ว่าข้าลงโทษเจ้าให้ไปอยู่ในครัวไม่ใช่รึ”
“แล้วนี่เจ้ากล้าที่จะมาท้าทายศิษย์สำนักแผนกอื่นมาประลองอีกเนี่ยนะ”
“ไป รีบกลับไปอยู่ในครัวโสโครกนั่นได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อนสิ”
เพียงเมื่อฮู่ต้าไฮ่พูดจบ ปู่ของจ้าวฮั่นหรือก็คือจ้าวหยางเองก็ได้ปรากฏกาย
จ้าวหยางได้มองเฉินเฉียงด้วยรอยยิ้มเยาะ “เหอะ คนแล่เนื้อเฉินเฉียง เหมาะดีนี่”
“สำนักเต่าดำของเรานั้นล้