่ายหัวไปมาอย่างรวดเร็ว
“ฮี่ฮี่ฮี่ หากศิษย์น้องต้องการพี่สาวคนนี้ก็ยินดีรับน้า…”
หลิวซวนเอ๋อได้ตอบออกมาด้วยรอยยิ้มเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เฉินเฉียงและกัวเหลียงได้พูดคุยกัน
“โย่ นี่มันศิษย์น้องหลิวไม่ใช่เหรอ ศิษย์น้องเฉินของข้าคนนี้พึ่งจะอยู่ในระดับทหารขั้นสูงเองนา ข้าจะกล้าให้เขาไปประลองกับเจ้าได้ยังไงกัน”
อีกอย่างนึง หากว่าศิษย์น้องของข้านั้นกล้าที่จะท้าประลองกับเจ้า มีหวังคงต้องเจอคลื่นมหาชนศิษย์ของสำนักเราเป็นแน่ แต่ที่ข้าชี้ไปที่เจ้านั้นเป็นเพราะต้องการให้เขาดูเจ้าเฉยๆ
เมื่อได้ยินจากสุ้มเสียงของกัวเหลียงแล้วทำให้เขานั้นเข้าใจได้ในหลายๆความหมาย
หลิวซวนเอ๋อผู้นี้ นอกจากจะเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้อาวุโสใหญ่หลิวจางฉิงแล้ว เธอนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นที่นับหน้าถือตาของศิษย์ทั้งสำนัก
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินคำกล่าวของกัวเหลียงแล้ว หลิวซวนเอ๋อก็ไม่สามารถปฏิเสธออกมาได้แต่อย่างใด และหลังจากที่เธอกล่าวทักทายหลู่ฟางและคนอื่นๆแล้ว เธอก็ก้มหัวนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนที่จะคิดเรื่องคู่ต่อสู้ที่เฉินเฉียงสมควรจะประลองด้วย
“ศิษย์น้องเฉิน ด้วยระดับการบ่มเพาะของเจ้าแล้วหากจะเลือกบังคับท้าประลองได้ที่พอจะเหมาะสมอยู่บ้างก็สมควรจะเป็นศิษย์จากแผนกวิญญาณระดับนายพลวิญญาณแล้ว ศิษย์น้องน่าจะไม่สามารถสู้กับใครได้มากนะ”
“พี่สาวว่าศิษย์น้องควรจะเลือกศิษย์กลุ่มนี้ก่อน เอ่อออ จะให้บอกให้ถูกละก็ควรจะกวาดศิษย์กลุ่มนี้ให้เร