ริงๆ แน่นอนว่าข้าย่อมต้องทำอย่างนั้น”
“ศิษย์น้องคนนี้อยู่แต่ในโรงครัวมานานมากจนเริ่มเบื่อหน่าย เมื่อได้ยินว่าศิษย์พี่ทั้งหลายกำลังท้าประลองศิษย์แผนกอื่นอยู่ ข้าเองก็เริ่มมีความรู้สึกอยากเข้าร่วมด้วยเหมือนกัน และวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ข้าพอจะเข้าร่วมได้”
“เพียงแต่ว่าข้ายังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์กับศิษย์แผนกอื่นสักเท่าไหร่ คงจะดีหากจะมีใครสักคนเป็นผู้ชี้เป้าให้ข้าได้ท้าประลอง”
เมื่อได้ยินแบบนี้ กัวเหลียงได้ใช้แขนของตนคว้าคอของเฉินเฉียงเอาไว้และใช้อีกมือหนึ่งชูนิ้วโป้งขึ้นมา
“ศิษย์น้อง เจ้าเองสมแล้วที่เป็นศิษย์แผนกของเรา เจ้านี่ช่างกล้าหาญจริงๆ”
“ขอบอกตรงๆเลยนะว่าตอนนี้ในหมู่สายเลือดทหารระดับสูงนั้น ไม่มีใครเลยที่จะชนะเจ้าได้”
“แต่ในเมื่อศิษย์น้องต้องการ ศิษย์พี่คนนี้ก็ขอลองคิดดูก่อนแล้วกัน”
หลังจากพูดจบ กัวเหลียงใช้นิ้วไปนวดขมับของตนประหนึ่งดังต้องใช้ความคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่นาน กัวเหลียงก็ได้มองไปทิศทางหนึ่งด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ
“หืม ศิษย์พี่นึกออกแล้วเหรอ”
เฉินเฉียงถามออกมา
“ไม่ใช่หรอก ศิษย์น้อง ดูนั่นสิ”
เมื่อเฉินเฉียงได้มองไปทางทิศที่กัวเหลียงชี้ไปนั้นเขาก็ได้พบหลิวซวนเอ๋อเดินตรงมาพร้อมผู้ติดตามอีกสี่คน หรือก็คือคนที่เฉินเฉียงพึ่งจะได้พบที่ครัวเมื่อครู่นี้
“ไม่จริงน่าศิษย์พี่ นี่ศิษย์พี่คิดจะให้ข้าท้าประลองกับศิษย์พี่หลิวอ่ะนะ” เฉินเฉียงส