กใหม่ที่ชื่อเฉินเฉียงงั้นรึ”
“ผู้อาวุโสจ้าวบอกให้ข้าดูแลเจ้าทีนี่ไปครึ่งปี แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้าจะไม่มอบงานหนักมากมายอะไรให้เจ้านัก”
“ครัวของเรานั้นมีซากสัตว์ประหลาดส่งมาวันและเกือบร้อยตัว งานของเจ้าคือชำแหละซากร่างเหล่านั้น นอกจากนี้แล้ว เจ้าไม่ต้องทำอะไรอีก”
“ศิษย์พี่บอกให้ข้าชำแหละซากร่างสัตว์ประหลาดร้อยตัวทุกวัน…..นี่หมายความว่าให้ข้าทำคนเดียวอย่างนั้นเหรอ จะให้ข้าเป็นคนแล่เนื้ออย่างนั้นรึ”
เฉินเฉียงเองไม่คิดว่าคนใหญ่คนโตอย่างผู้อาวุโสจ้าวนั้นจะกล้ามอบงานใหญ่ให้เขาในทันทีที่เขาเข้าโรงครัวมา
ดูเหมือนความว่าความขัดแย้งระหว่างเขาและจ้าวหยางนั้นจะยังไม่ยอมจบง่ายๆ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ในตอนนี้เจ้าได้รับหน้าที่เป็นคนแล่เนื้อ หรือจะไม่ทำ” อ้วนป๋อได้มองเฉินเฉียงอย่างไม่แยแส “หากจ้าปฏิเสธ ข้าก็คงทำได้เพียงรายงานผู้อาวุโสจ้าวและผอ.หวังเท่านั้น”
“ไม่มีข้อโต้แย้ง ข้าจะเป็นคนแล่เนื้อ”
ถึงแม้จะดูเป็นงานที่สกปรกและเหนื่อยหน่ายสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเฉินเฉียงนั้นมันเป็นงานที่ง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การที่อ้วนป๋อนั้นให้เขาเป็นคนแล่เนื้อสัตว์ประหลาด นี่ก็เทียบได้ว่าเขานั้นจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับซากร่างสัตว์ประหลาดจำนวนมาก
อย่าว่าแต่ร้อยตัวเลย วันละพันตัวเขาก็ยอม
เพราะพวกมันคือเป้าหมายชั้นดีในการดูดกลืนของเขา
อย่างไรก็ตาม เขานั้นจำเป็นที่จะต้องทำโดยไม่ให้เตะตาอ้วนป๋อเป็