อดระดับนายพลวิญญาณเหมือนกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าเขานั้นเป็นผู้บ่มเพาะพลังวิญญาณ”
“แล้วไงล่ะ กะอีแค่ผู้บ่มเพาะพลังวิญญาณ แม้แต่อาจารย์เหลียงที่เป็นผู้บ่มเพราะพลังวิญญาณเองก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับอาจารย์ฮู่เลยไม่ใช่เหรอ”
“ข้าว่ายังไงซะกัวเหลียงก็มีโอกาสชนะ”
เฉินเฉียงและหนี่เฟิงนั้นได้เดินผ่านเหล่าผู้คนที่กำลังพนันขันต่อกันและตรงไปยังสนามประลอง
“ศิษย์พี่หนี่ สนามประลองนี้มีการปิดกั้นคนภายนอกหรือเปล่า”
หนี่เฟิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน ก็อย่างที่เห็น กัวเหลียงนั้นต้องพ่ายแพ้แล้ว”
เฉินเฉียงได้หันไปมองบนสนามในทันที กัวเหลียงในตอนนี้ได้กลิ้งไปบนพื้น นี่เป็นโอกาสให้ชายที่ชื่อว่าหลี่จ้งได้เข้าประชิดและฟันดาบไปที่หัวของกัวเหลียงในทันที
“ไม่ดีแล้ว”
เฉินเฉียงหน้าถอดสีในทันทีและรีบตะโกนออกมา
แต่ไม่ทันการณ์ ในตอนนี้เฉินเฉียงเห็นเพียงแค่ฉากที่กัวเหลียงหัวขาดกระเด็นด้วยการฟันที่ครั้งเดียว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าชนะพนันแล้ว ไอ้หน้าโง่ เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าลงว่ากัวเหลียงชนะได้กัน” “เจ้านี่งี่เง่าชะมัด”
เสียงเชียร์ได้ดังกระหึ่มขึ้นมา และก็ได้มีเสียงสัญญาณหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง เฉินเฉียงได้หันหลังกลับไปดูก็ได้พบกับคนที่เมื่อครู่นี้พึ่งจะตัดหัวศิษย์พี่ของเขาไป และเขานั้นเตรียมที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยความโกรธแค้น แต่ก็โดนหยุดไว้ด้วยหนี่เฟิงซะก่อน
“ศิษย์น้อง ไม่ต้องกังวลไป ดูนั่นสิ ไม่ใช่ว่ากัวเหลียงก็ออกมาเ