หมือนกันหรอกเหรอ”
-กัวเหลียงตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเขาจะออกมาได้ยังไงกัน-
เฉินเฉียนที่คิดดังนั้นแต่ก็ยังยอมหันไปดูยังทิศทางที่เนี่ยเฟิงชี้ไป เขาในตอนนี้รู้สึกสับสนอย่างหนัก นั่นก็เพราะ หลังจากที่ม่านสีดำบนลานประลองได้ยกขึ้นมาแล้ว กัวเหลียงก็ได้เดินออกมาจากลานประลองอย่างครบทุกชิ้นส่วน ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนด้วยซ้ำ
“ห้ะ ศิษย์พี่กัว”
“โอ้ เจ้าเองเหรอ กัวเหลียงได้เดินมาหาเฉินเฉียงและหนี่เฟิงด้วยท่าทางไร้อารมณ์”
“ศิษย์พี่กัว ข้าเห็นพี่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่ถึงเดินออกมาได้แบบเป็นๆกันล่ะ”
กัวเหลียงที่ในตอนนี้กำลังเซ้งเป็ดอยู่นั้น เมื่อได้ยินว่าเฉินเฉียงถามเขาอย่างห่วงใหญ่ ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“ศิษย์น้อง ทางสำนักจะปล่อยให้ศิษย์ฆ่ากันถึงตายได้ยังไง นี่เป็นเพียงสนามต่อสู้เสมือนจริงเท่านั้น คนที่ตายเองก็แค่จะรู้สึกเหนื่อยล้ากว่าปกติเท่านั้น ไม่ถึงตายแต่อย่างใด”
“สนามต่อสู้เสมือนจริงเหรอ ศิษย์พี่กัว นี่หมายความว่าคนที่เข้าไปบนสนามนั่นไม่ใช่ตัวจริง แล้วแบบนี้จะสู้กันยังไงล่ะ” เฉินเฉียงยังคงถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ
“แน่นอนว่าคนที่ขึ้นไปนั้นย่อมต้องสู้กันจริงๆ” หนี่เฟิงได้มองไปยังกัวเหลียงที่ท่าทีเหนื่อยอ่อนและพูดออกมา “ศิษย์น้องเฉินก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าศิษย์พี่กัวนั้นเหนื่อยล้าขนาดไหน หากเขานั้นไม่ได้ลงต่อสู้จริงแล้วเขาจะเหนื่อยแบบนี้ได้ยังไงกัน”
“สนามประลองของสำนักเรานั้นถูกสร้างขึ้นมา