ด้วยความร่วมมือของผู้อาวุโสผู้ซึ่งเป็นตำนานสองคน ก่อนที่จะเข้าลานประลองไปนั้น คนคนนั้นต้องเดินผ่านประตูแสงเข้าไป”
“เมื่อเข้าไปในสนามแล้วนั้น ต่อให้หัวของทั้งสองคนจะถูกตัดออกในระหว่างประลองก็ตาม แต่นั่นจะไม่ได้ส่งผลต่อตัวนักสู้แต่อย่างใด พวกเขาจะสูญเสียพลังภายในไปเท่านั้นหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้น นอกจากนี้แล้วไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก”
“ศิษย์น้อง อย่าบอกนะว่าเจ้าจะลองเข้าร่วมดูน่ะ”
แน่นอนว่าเมื่อได้ฟังคำอธิบายของหนี่เฟิงแล้วนั้น เฉินเฉียงย่อมต้องอยากลอง
ตั้งแต่แรกเริ่ม เขานั้นล้วนแล้วแต่เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเท่านั้น เขาไม่เคยสู้กับคนมาก่อน
“ศิษย์พี่หนี่ หากข้าต้องการสู้จะหาคู่ต่อสู้ได้จากไหนกัน”
“ศิษย์น้องเฉิน พวกเรานั้นไม่เคยรับศิษย์ที่มีระดับต่ำกว่าระดับทหารขั้นสูงมาก่อน นี่จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เจ้าจะหาคู่ต่อสู้ได้ ทำไมไม่ลองให้ข้าสู้กับเจ้าดูล่ะ”
กัวเหลียงพูดออกมาด้วยสายตาเป็นประกายวิ้งวับ
“ไอ้ตัวหน้าไม่อาย”
หนี่เฟิงได้จ้องมองไปยังกัวเหลียงอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะหันไปหาเฉินเฉียง “ที่กัวเหลียงพูดไว้ประโยคก่อนนั้นถูกต้องแล้ว คนที่ต่อสู้นั้นสมควรจะอยู่ที่ระดับเดียวกัน หรือไม่ก็ต่างกันเพียงหนึ่งขั้นเท่านั้น”
“อีกอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะประลองนั้น คนที่ประลองจะตั้งจ่ายคะแนนคนละห้าสิบแต้มเป็นค่าธรรมเนียม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคนที่ต่อสู้กันนั้นจะไม่ตั้งใจสู้กัน” “และนี่หมายความว่าคนที่แพ้จะเสี