ศิษย์พี่หนี่เฟิง และดูเหมือนว่าด้วยนิสัยของศิษย์พี่หนี่เฟิงนี้ ศิษย์พี่กัวเองคงจะไม่ได้อยู่สบายไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
ฮู่ต้าไฮ่เองเมื่อได้ยินก็ได้หัวเราะออกมาและพูดออกมาว่า “เข้าร่วมประลองของสำนักงั้นรึ ก็ดี ห้าพันคะแนนนี้คงจะมากพอสำหรับเฉินเฉียงไปอีกพักใหญ่ เขาจะได้อยู่ฝึกที่นี่ได้อย่างเต็มที่แถมกัวเหลียงจะได้ฝึกฝีมือไปด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ”
“เฉินเฉียง นำบัตรประจำตัวลูกศิษย์ส่งให้หยันหลันไปซะ แล้วค่อยให้เธอพาเจ้าไปยังห้องบ่มเพาะทีหลัง”
“ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก จะดีกว่าหากเจ้าสามารถจะเปิดจุดชีพจรเพิ่มได้อีกสักจุดภายในหนึ่งเดือนนี้ หลังจากนั้นเจ้าจะได้กลายเป็นนักรบสายเลือดระดับทหารขั้นสูงได้”
“จงจำไว้ว่า อาจารย์จะให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือน ภายในหนึ่งเดอนนี้หากไม่สามารถขึ้นไปยังระดับทหารขั้นสูงได้ ก็เก็บของออกไปจากสำนักได้เลย”
“หากว่าเจ้าไม่มีแต้มเพียงพอก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพียงเจ้าบอกอาจารย์ว่าต้องการอะไรแล้วอาจารย์จะหามาให้เจ้า” “ในช่วงนี้ เจ้าเพียงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มระดับขั้นการบ่มเพาะให้ได้เท่านั้น เข้าใจหรือไม่”
“ศิษย์ทราบแล้ว”
เฉินเฉียงได้นำบัตรประจำตัวศิษย์มอบให้ชุยหยันหลันและได้ออกจากประตูไป
“ศิษย์น้อง พี่ได้ยินมาว่าเจ้ามีถึงหกสายเลือด นี่น่าจะทำให้เจ้ายกระดับได้ยากมาก ตอนนี้เจ้าเปิดจุดชีพจรได้กี่จุดแล้ว”
ระหว่างทางนั้น ชุยหยันหลันได