งไอ้เด็กนี่เป็นใคร แต่พวกเราเองก็ได้บันทึกศิษย์ที่สำเร็จการฝึกท่าเท้านี้เอาไว้ เอาไว้ค่อยหาโอกาสถามจากเด็กนี่ก็แล้วกัน”
“รองผอ. ที่ท่านบอกว่าจะไปหาโอกาสถามนี่….อย่าบอกว่าท่านจะฉกเมล็ดพันธุ์ดีๆแบบนี้ไปจากข้าน่ะ”
“ผู้อาวุโสฮู่ ข้าเองก็ไม่ได้ลูกศิษย์ดีๆมานานหลายปีแล้วนะ ในครั้งนี้ข้าต้องได้ไอ้เด็กนี่เป็นศิษย์ให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม”
“ทำไมล่ะ ฮู่ดาไฮ่ สำนักเราเองก็มีกฎอยู่ไม่ใช่เหรอว่าไม่ใช่แค่เพียงอาจารย์เท่านั้นที่จะได้เลือกศิษย์ แต่ศิษย์เองก็ต้องยอมรับในตัวอาจารย์ด้วยน่ะ”
“แล้วนี่เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้ามากั๊กกันไว้แบบนี้”
“ไอ้หนูนี่เร็วมาก ไม่ว่ายังไงเมื่อเด็กนี่เข้ามาก็ต้องเป็นลูกศิษย์ของข้า”
ฮู่ดาไฮ่พูดออกมาด้วยตาที่ถลึงโตและหนวดกระดิกไม่หยุด
“พอได้แล้ว แก่ๆกันหมดแล้วยังทำตัวเป็นเด็กไปได้ อย่าไปทำแบบนี้ให้คนนอกเห็นล่ะ ระวังสำนักของเราจะเสียหน้าเอา”
ฮู่ดาไฮ่และหลูกังเฟิงได้นั่งลงอย่างไม่อยากเลิกทะเลาะหลังจากโดนลองผอ.ดุ
อย่างไรก็ตาม สายตาของทั้งคู่ยังประสานกันไปมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเถือหนังกันแต่ไกล
รองผอ.ได้ทำการนวดขมับอย่างหนักก่อนจะพูดออกมา “ท่านอาจารย์ ท่านอย่าพึ่งลืมไปว่าเด็กที่ชื่อเฉินเฉียงนี่พึ่งจะผ่านไปสองด่านเท่านั้น ยังเหลืออีกด่านหนึ่งซึ่งเขาอาจจะไม่ผ่านก็ได้”
“หรือจะให้พูดออกอย่างคือเขานั้นยังไม่ใช่ศิษย์อย่างเป็นทางการของสำนักเราอยู่ดี”
“เมื่อลองคิดว่าเขาน