มออกไปอย่างห่วงใย แต่เขานั้นกลับไม่คาดคิดว่าศิษย์พี่กัวผู้ซึ่งหันหน้าหนีไปไม่ให้เขาเห็นอยู่นาน ได้หันกลับพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น “อยู่ห่างๆเลย”
และเป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงได้เห็นสีหน้าที่ดูหลอนๆของศิษย์พี่กัวจนต้องนึกสงสัยขึ้นมาว่าเขานั้นพูดอะไรผิดไปกัน
ดูเหมือนว่าคนที่ชื่อหนี่เฟิงนั้นน่าจะโหดร้ายจริงๆ
“ไอ้ตัวเหม็น ถือว่าเจ้าโชคดีที่ผ่านด่านแรกแล้ว ด่านต่อไปนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนดังที่เจ้าตามกลิ่นข้ามาได้แบบนี้ เตรียมถูกเฉดหัวไปซะเถอะ เอาล่ะ ตามข้ามา”
หลังจากเดินไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร มีทางขึ้นเขาปรากฏอยู่ตรงหน้าของทั้งสอง
“เจ้าเห็นเขาฝั่งนู้นรึเปล่า นั่นคือจุดจบของด่านที่สองของเจ้า ความจริงแล้วมีทางดีๆ มากมายไปยังสำนักได้ แต่หากเจ้าอยากจะสอบผ่านด่านที่สองละก็ต้องเดินผ่านหุบเขานั่นไปเท่านั้น”
เฉินเฉียงได้ก้มลองมองดู ระหว่างหุบเขานั้นดูเหมือนจะมีหุบเขาที่ไม่สิ้นสุดและอันตรายที่ยากจะคาดเดาได้
และในหุบเขานั้นเองก็มีจระเข้ที่ขนาดลำตัวยาวประมาณเจ็ดเมตรอยู่มากมาย พวกมันเปิดปากอ้ากว้างเดินไปมาอย่างไม่หยุดหย่อนอยู่ในธารน้ำเล็กๆอีกที
นับดูคร่าวๆคงไม่ต่ำกว่าพันตัวเป็นแน่
“ไอ้หนู จระเข้พวกนี้ไม่ใช่อะไรเลยที่ระดับการบ่มเพาะอย่างเจ้าจะรอดไปได้ จระเข้ปากยาวพวกนี้น่ะที่อ่อนที่สุดก็อยู่ในระดับทหารขั้นสูง บอกตรงๆเลยว่าถ้าระดับการบ่มเพาะอย่างเจ้าตกลงไปละก็อย่าหวังจะได้ขึ้นม