าอีก”
“อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เจ้าสามารถข้ามหุบเขานี้ไปได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามจะถือว่าเจ้าสอบผ่าน ลองดูนั่นสิ เห็นต้นไม้นั้นไหมที่มันหักอยู่กลางน้ำน่ะ”
“ตราบใดที่เจ้านั้นมีความแม่นยำพอละก็ เจ้าสามารถใช้กิ่งไม้นั่นพร้อมกับยืมแรงเหวี่ยงจากน้ำตกข้ามไปได้ แค่นั้นก็สอบผ่านแล้ว”
“อีกอย่าง จระเข้ปากยาวพวกนี้นั้นหิวอยู่แทบจะตลอดเวลานะ เพราะพวกมันไม่ได้กินอะไรมากว่าครึ่งเดือนแล้ว”
หลังจากพูดจบ ศิษย์พี่กัวก็ได้หันหลังและเดินจากไป
“รอก่อน ศิษย์พี่กัว”
“ศิษย์พี่กัวได้หันมาอย่างไม่อยากและถามออกมา “มีอะไร หากจะเปลี่ยนใจก็รีบบอกมา ข้าจะได้พาเจ้ากลับออกไป”
“ไม่ใช่ครับ ข้าจะถามว่าถ้าข้าผ่านด่านนี้ไปได้แล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้แต้มคะแนน”
“อ้อ ถ้าเจ้าไม่ถามข้าก็ลืมไปแล้วแฮะ เจ้าโชคดีจริงๆที่ชนะได้แต้มมาห้าร้อยแต้ม”
“อย่ากังวลไป ถ้าเจ้าไม่ผ่านด่านนี้ ข้าจะซื้อของด้วยคะแนนห้าร้อยแต้มมาให้เจ้าเอง ข้าไม่คิดจะเล่นไม่ซื่อกับเจ้าอยู่แล้ว”
หลังจากพูดจบ ศิษย์พี่กัวก็รีบจากไปอย่างไม่ไยดี
เฉินเฉียงในตอนนี้กำลังจ้องมองไปยังระหว่างหุบเขา มันมีระยะประมาณแปดร้อยเมตร ด้วยระดับของก้าวย่างสวรรค์ของเขานั้นไปได้ยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เขาไปได้อย่างมากสุดก็คงสักหกร้อยเมตร
แต่นั่นก็คือความเร็วที่สัมพันธ์กับค่าความอดทนของเขา 35 แต้มเท่านั้น
จึงคิดว่าในครั้งนี้การจะเพิ่มความเร็วได้นั้นเขาจะตั้งเพิ่มค่าความอดทนซะก่อน
โชคด