ๆ เรื่องนี้คงต้องเป็นความผิดของศิษย์พี่กัวเป็นแน่”
ศิษย์พี่กัวที่ได้ยินคำพูดนี้มานั้นก็แทบจะร้องไห้ออกมา เขาตอบออกมาอย่างคร่ำครวญว่า “เฉินเฉียง นี่ข้ารังแกเจ้ามากเกินไปงั้นเหรอ เจ้าถึงได้พูดใส่ร้ายข้าขนาดนี้”
“โถ่ว ศิษย์พี่จางหยวน คนที่พี่พามานี่เป็นตัววิบัติโดยแท้เลยจริงๆ”
“กัวเหลียง เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ออกไปจากที่นี่พร้อมนักเรียนใหม่ซะ”
ผอ.ของสำนักได้ตะคอกใส่กำไลด้วยความโกรธเกรี้ยว ศิษย์พี่กัวเองกลัวจนหน้าถอดสีแล้ว
“เฉินเฉียง ถ้าเจ้าเป็นลูกผู้ชายพอล่ะก็ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าข้าไปช่วยเจ้าผ่านได้ยังไงกัน”
เฉินเฉียงเองก็ดูไปรอบๆและพูดออกมาอย่างหยอกเย้าว่า “ศิษย์พี่กัว ข้าเดินออกมาได้ก็เพราะกลิ่นตัวพี่นั่นแหละ”
“กลิ่น…ตัวเหรอ” ศิษย์พี่กัวได้ลองดมดูแล้วเขาก็ไม่ได้กลิ่นอะไร เมื่อเห็นจึงได้ตะคอกกลับไปว่า “ไร้สาระ ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยแม้แต่น้อย”
เฉินเฉียงได้ทำหน้าแปลกๆในทันทีก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ “ศิษย์พี่กัว พูดตรงๆเลยนะ ข้าออกมาได้เป็นเพราะน้ำหอมมะลิที่กลบทับกลิ่นกระเทียมที่ลอยออกมาจากตัวพี่น่ะ”
ในทันทีที่เฉินเฉียงพูดจบลง เสียงต่างๆที่เคยดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสารก็หายไป หลังจากผ่านไปครึ่งนาที ก็บังเกิดเสียงหัวเราะนับไม่ถ้วนผ่านกำไลสื่อสารออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้องเลย เจ้าเด็กใหม่นี่จมูกดีเสียจริง”
“ไม่ว่าศิษย์พี่กัวจะพยายามซ่อนยังไงแต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเขานั้นมีสัมพันธ์ลับๆ