ล่ะนะ และเจ้าต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง”
“รางวัลอย่างแรก เจ้าสามารถเข้าร่วมกับตึกนายพลและกลายเป็นองครักษ์ส่วนตัวให้กับนายพลของพวกเรา อย่างที่สองเจ้าจะได้รับการเสนอชื่อจากตึกนายพลให้เข้าเรียนในสำนักเต่าดำเพื่อเข้าไปเรียนที่นั่น”
เอาล่ะ เลือกได้แล้วว่าเจ้าจะไปที่ไหน
หลังจากพูดจบ ผู้คุมจ้าว ก็นั่งลงและทำการเคาะนิ้วบนขาของตัวเอง
“ว้าวววว เป็นองครักษ์ส่วนตัวของนายพลเหรอ นั่นมันเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติมากเลยนะ”
“แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้เลยว่าต้องเลือกอะไร การทำงานที่ตึกนายพลนั่นอย่างน้อยๆก็ได้แก่นคริสตัลระดับนายพลขั้นต่ำตั้งยี่สิบก้อนเลยนะ”
“จะบอกอย่างนั้นก็ยังไม่ได้นา การเข้าไปเรียนที่สำนักเต่าดำเองก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ที่ผ่านมานั้นขนาดตึกนายพลเหมันต์จันทรานั้นยังมีโอกาสส่งคนของตนไปเรียนที่นั่นในแต่ละปีนับคนได้เลย การได้เข้าไปเรียนที่นั่นเพื่อทำการบ่มเพาะได้นั้นเรียกได้ว่ายากเสียยิ่งกว่ายากซะอีก”
นอกจากสิ่งที่เขาเฝ้ารอจะไม่ใช่แก่นคริสตัลแล้ว มาในตอนนี้ เฉินเฉียงยังต้องมานั่งตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองอีกซะอย่างนั้น
เขาในตอนนี้อยากจะเข้าไปกระซิบถามผู้คุมจ้าวจริงๆว่าขอเปลี่ยนเป็นแก่นคริสตัลระดับนายพลสักแปดพันก้อนได้รึเปล่า
เพราะไอ้ทั้งสองที่ว่ามานั้น เขาไม่ได้รู้จักและไม่ได้สนใจทั้งสองนี้เลยสักนิด แล้วเขาจะไปเลือกได้ยังไง
เมื่อไม่มีหนทางออก เขาจึงได้ปรายตามองไปยังหลิงเว่ย
หลิงเว่ยเอ