สูงเท่านั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะก้าวข้ามไปยังระดับนายพลวิญญาณได้ ข้าเองก็พึ่งจะได้ยินมาเหมือนกันว่านายพลหลินเฟิงนั้นเตรียมที่จะกลายเป็นระดับราชาในตำนานเหมือนกัน”
-ระดับราชา-
“ระดับราชานั้นมีคำพูดกล่าวขานกันว่าผู้ที่อยู่ในระดับนี้สามารถพลิกภูเขากลับน้ำทะเลได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ มีความเชื่อกันว่าใครก็ตามที่ก้าวข้ามไปอยู่ในระดับนี้ได้ คนคนนั้นจะหลุดพ้นจากกฎแห่งสวรรค์และโลกทั้งมวล”
“ถึงจะฟังดูน่าเหลือเชื่อไปหน่อย แต่นี่คือคำกล่าวที่รับรู้และเชื่อถือมาจนถึงตอนนี้”
นายพลหลิงเว่ยนั้น ในตอนนี้เขาเองก็มีอายุกว่าสามสิบปีแล้ว เขานั้นขอเพียงแค่ก้าวข้ามไปในระดับนายพลวิญญาณไปเพื่อยืดอายุของตนได้เท่านั้นไม่หวังจะไปไกลกว่านี้แล้วจริงๆ หากว่าก้าวข้ามไปได้เขาก็ยินดีที่จะกราบไหว้ฟ้าดินทุกวันเพื่อเป็นการตอบแทนไปชั่วชีวิต
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นเมื่อได้ยินคำพูดทั้งหมดของหลิงเว่ยแล้วกลับรู้สึกราวกับจะง่วงเหงาหาวนอนจนหลิงเว่ยเองก็สังเกตได้
นั่นก็เพราะ ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงนั้นแม้ในตอนนี้จะยังดูไร้ความสามารถ แต่ในเมื่อตัวเขานั้นมีระบบอยู่ ไม่มีทางเลยที่จะเป็นไปไม่ได้
นายพลจางเองที่อยู่ข้างหน้าพวกเขานั้นเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ เขาทำเพียงเหลือบกลับมามองพร้อมเม้มปากราวกับจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดออกมา
สำหรับเขาแล้วนั้น ทั้งสองคนเป็นเพียงกบที่พึ่งจะปีนขึ้นมาได้จากก้นบ่อ