สิ่งนั้นก็คือความเร็ว เขานั้นมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว”
“ตอนที่ข้าวิ่งตามเขามาเมื่อครู่นี้นั้น ข้าถึงกับต้องใช้พลังสายเลือดของตนเองเลยนะถึงจะตามเขามาได้ทัน หากข้าไม่ได้อยู่ในระดับนายพลวิญญาณล่ะก็…”
“เจ้าคิดว่าในอาณานิคมแห่งนี้จะมีใครหน้าไหนมีความเร็วระดับนี้รึเปล่าล่ะ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เหล่านักรบสายเลือดทุกคนต่างก็ต้องหันมองหน้ากันในทันที ก่อนที่จะก้มหน้าลงพร้อมความอับอายและไม่ได้พูดอะไรออกมา
ผู้การหลิงเองในตอนนี้ทำได้เพียงหยักหน้าอย่างยอมรับเท่านั้น และไม่สามารถจะพูดทัดทานได้อีก
“รองผู้การซิ่วจงฟัง ตอนที่ข้าไม่อยู่ เจ้าต้องเป็นผู้นำของทุกคนในการดูแลความปลอดภัยของอาณานิคมเขาหมางแห่งนี้”
ชายคนหนึ่งที่มีอายุประมาณสี่สิบปี ได้ก้าวออกมาละก้มหัวรับด้วยความภาคภูมิใจ “ได้ครับ ท่านผู้การ”
นายพลจางได้ยกมือขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว “หลิงเว่ย ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปกันเถอะ เรื่องนี้รอไม่ได้”
“ตกลง เฉินเฉียง เจ้าไม่ต้องไปเตรียมตัวอะไร ตามพวกเรามาก็พอ”
เฉินเฉียงที่นิ่งอึ้งอยู่นานเพราะไม่เข้าใจว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะถามออกมา “…..ผู้การครับ..ขอถามได้ไหมครับว่านี่มีเรื่องอะไรกัน”