ีบกลับไปที่พักของทีมเก็บกู้ซากศพและได้นำปัญหาที่พบในระหว่างบ่มเพาะไปถามผู้อาวุโสซุนในทันที
“โง่เง่า”
ผู้อาวุโสใช้นิ้วจิ้มไปที่จมูกของเฉินเฉียงแล้วพูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น
“ไอ้เด็กเวร เจ้าไม่รู้รึไงว่าก่อนที่การบ่มเพาะพลังสายเลือดนั้นเจ้าต้องเปิดจุดตันเถียนให้ได้ซะก่อน”
“ถ้าจุดตันเถียนของเจ้ายังปิดอยู่จะเอาพื้นที่ตรงไหนไปรองรับพลังภายในได้ล่ะโว้ย รึเจ้าคิดว่าแค่เส้นเลือดจะรับเอาไว้ไหว”
“อย่างน้อยๆเจ้าจะต้องเปิดจุดตันเถียนแรกให้ได้ก่อนที่จะทำการบ่มเพาะได้ เข้าใจไหม”
“แล้วทำไมไม่รีบบอกตั้งแต่แรกละคร้าบ คิดว่าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้กันหมดรึไง”
เฉินเฉียงก้มหน้าพูดออกมาเบา
“เจ้าว่ายังไงนะ”
ผู้อาวุโสซุนตะคอกออกมาในทันทีที่ได้ยินเสียงแว่วเข้าหู
เฉินเฉียงได้ทำการรีบกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึกก่อนเปลี่ยนสีหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มและพูดออกมา “ไม่มีอะไร ในเมื่อตอนนี้ข้ารู้แล้วละก็เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะลองเปิดจุดตันเถียนดูแล้วกัน”
“พรุ่งนี้ ไม่ เจ้าต้องเปิดวันนี้ ตอนนี้”
“ออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้ และทำการบ่มเพาะซะ”
“เจ้าต้องบ่มเพาะจนกว่าจะถึงเที่ยงคืน”
เจ้าอ้วนและเพื่อนที่เห็นเฉินเฉียงค่อยๆเดินคอตกออกจากบ้านไปนั้นต่างก็มองหน้ากัน “การเป็นคนที่พลังสายเลือดตื่นนี่ไม่ได้ดีอย่างที่คิดเลยแฮะ ขนาดเวลานอนก็ยังนอนตามใจไม่ได้เลย”
“พวกเจ้ารีบๆไปนอนกันได้แล้วโว้ยยยยยย”
ผู้อาวุโสซุนหันหลังกลับมาตะโกนลั่นบ้านด้วยใบหน้าอันดุ