อทั้งสองเล่มมาและลองเปิดพลิกอ่านดู หลังจากนั้นเขาก็ได้พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก “ปู่ซุน ข้าจะขยันฝึกแน่นอน”
เมื่อได้เห็นว่าเฉินเฉียงนั้นดูไม่ค่อยจะใส่ใจในหนังสือทั้งสองเล่มนี้สักเท่าไหร่ ผู้อาวุโสซุนก็ได้นำดาบหักสีดำออกมาจากกล่องและโยนลงพื้นในทันที
ปัง
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงดาบหัก แต่กว่าที่เฉินเฉียงจะรู้ตัวก็พบว่าดาบเล่มนี้ได้ปักอยู่ที่พื้นตรงหน้าเขาแล้ว
ดาบนี้ได้ฝังลึกลงไปในพื้นกว่าครึ่งเมตร
“ปู่ซุน นี่ปู่มีสมบัติกี่อย่างอยู่ในกล่องนั่นกันแน่เนี่ย ทำไมไม่เอาออกมาให้หมดเลยล่ะ”
เฉินเฉียงได้มองไปยังกล่องแตกที่อยู่บนหัวเตียงของผู้อาวุโสซุน ก่อนที่จะเดินไปหยิบดาบหักขึ้นมาดู
“เฉินเฉียง ข้ามีให้เจ้าแค่นั้นแหล่ะ ข้ามอบพวกมันให้เจ้า ส่งดาบนั่นมาให้ข้าหน่อยสิ”
“ได้”
เฉินเฉียงได้ตรงไปยังดาบหักก่อนที่จะก้มไปจับดาบเล่มนั้น
“….ค่อนข้างหนักเลยแหะ”
เฉินเฉียงได้ดึงดาบหักที่ปักอยู่ที่พื้นขึ้นมา และมองมันอย่างสนใจ
ดาบนี้มีความยาวประมาณหนึ่งเมตรกว้างประมาณสิบห้าเซนติเมตร หนักประมาณแปดกิโลกรัม
ในตอนแรกเขานั้นคิดว่ามันเป็นเพียงดาบหัก แต่ก็พึ่งจะรู้ว่าเข้าใจผิดไปเมื่อได้เห็นตัวอักษรที่ได้สลักไว้
“ดาบ…ดั้นเมฆ…เหรอ?”
เฉินเฉียงได้สัมผัสกับตัวอักษรสองตัวที่สลักเอาไว้ลงบนตัวดาบที่ใกล้กับด้ามจับและพูดชื่อของมันออกมาเบาๆ
“ปู่ซุน ดาบนี้มีที่มายังไงครับ”
จากการที่ปู่ซุนเก็บไว้อย่างดีนี้ทำให้เขานั้นรู้สึกได้ท