ยวคือเหตุวิกฤตชนิดที่ว่าทำให้อาณานิคมล่มได้เท่านั้น
ในทันทีที่เสียงขลุ่ยผิวนี้ดังขึ้นมา เหล่าทหารที่มีสายเลือดนักรบและคนอื่นๆที่ในตอนนี้กำลังทำการเลี้ยงฉลองกันในอาณานิคมได้รีบออกไปตามต้นเสียงในทันที
ในขณะเดียวกัน เฉินเฉียง ที่ในตอนนี้พึ่งจะสังเกตเห็นว่าใกล้จะถึงอาณานิคมแล้ว เขาต้องตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยผิวของผู้อาวุโสซุน เขารีบหยุดเท้าก่อนที่จะโยนร่างของกระต่ายสายฟ้าลงพื้นในทันที
“ปู่ซุนนนนน นั่นปู่ใช่รึเปล่า…”
“เฉินเฉียง….เหรอ…ผี”
เจ้าอ้วนนั้นมีสายตาที่ดีกว่าใคร เมื่อเขาได้เห็นว่าเป็นเฉินเฉียงจากในระยะไกล ก็รีบร้องลั่นออกมา
เมื่อผู้อาวุโสซุนได้ยินเสียงของเฉินเฉียงแล้ว ลำคอของเขาก็รู้สึกได้ราวกับว่ากำลังจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องหยุดเอาไว้เพื่อรักษาภาพลักษณ์
“ไอ้ตัวเหม็นนี่ โชคของเจ้านี่ดีจริงๆ”
“ผู้อาวุโสซุน เกิดอะไรขึ้น”
ทหารสายเลือดนักรบที่ได้ยินเสียงขลุ่ยผิวเมื่อครู่นี้ได้กรูกันมาหาผู้อาวุโสซุนในทันที เมื่อมาถึงแล้วจึงรีบถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โอ้…ผู้การหลิง กัปตันฉี ที่ทีมสำรวจบอกว่าเฉินเฉียงจากทีมเก็บกู้ซากศพตายไปในภูเขาหมางนั่นน่าจะผิดแล้วล่ะนะ”
ผู้อาวุโสซุนพูดพลางชี้ไปยังเฉินเฉียงที่ในตอนนี้กำลังเดินตรงมายังที่ที่ทุกคนอยู่พร้อมใบหน้าที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นยินดีอย่างมาก
“โอ้”
ผู้การหลิงเองที่เห็นกับตาก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นจนต้องอุทานออกมา
กัปตันฉีได