้เจ้าตายแล้วก็เอาเงินพวกนี้ไปซื้อเนื้อสัตว์ประหลาดดีๆ อย่าได้ตระหนี่เป็นอันขาดล่ะ”
เจ้าอ้วนพูดพลางร้องไห้ออกมาในขณะที่โปรยเงินกระดาษขึ้นฟ้าและพูดออกมาว่า “พี่เฉียง ต่อให้พวกเราไม่ได้ศพเจ้ากลับมา ก็ขอให้วิญญาณของเจ้าหาทางกลับมาที่นี่ให้ได้นะ”
เมื่อพูดจบ เจ้าอ้วนได้หันหลังอย่างสลด ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้เห็นสัตว์ตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆอยู่ไกลๆริบสายตา
“ปู่ซุน นั่น…นะนะนั่น ปู่ว่านั่นมันอะไรน่ะ”
เจ้าอ้วนพูดออกมาอย่างปากสั่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบ เขาได้ชี้ไปยังร่างของสัตว์ยักษ์ที่ปรากฏให้เห็นอยู่แต่ไกลด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
ผู้อาวุโสซุนนั้นได้มองไปตามทิศทางที่เจ้าอ้วนชี้ไป และนั่นทำให้เขาต้องตกใจขึ้นมาในทันที
“ฉิบหายแล้ว กระต่ายสายฟ้า”
ด้วยความรอบรู้ของผู้อาวุโสซุนนั้นแค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าร่างยักษ์นั้นคือตัวอะไรกันแน่
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้พวกเขายังไม่เห็นเฉินเฉียง เพราะว่าตัวของเขานั้นโดนซากร่างของกระต่ายสายฟ้าบดบังไว้จนมิด
“พวกเราจะทำยังไงดีครับปู่ซุน”
เหล่าเด็กๆที่เห็นก็แอบไปอยู่หลังผู้อาวุโสซุนพร้อมใบหน้าที่ถอดสี
“อย่าตื่นตระหนก”
ผู้อาวุโสซุนได้หยิบขลุ่ยผิวขึ้นมาแล้ววางไว้ที่ปากของตน
“วี้ดดดดดดดดดดดดด”
เสียงเรียวแหลมเล็กที่ดังขึ้นได้ทำให้ผู้คนในอาณานิคมต้องตื่นตระหนกในทันที
ขลุ่ยผิวนี้เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้สำหรับการแจ้งเตือนในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน และมันมีไว้กรณีเดี