ียวกัน
เพียงไม่กี่นาที ผู้อาวุโสซุนก็ได้กัดเข้าไปที่เนื้อที่ยังติดอยู่บนกระดูกอย่างเต็มปากเต็มคำและเคี้ยวอย่างเมามัน ก่อนที่จะยกถ้วยไวน์ที่อยู่ตรงหน้าดื่มไปหนึ่งที พลางจ้องมองเฉินเฉียงด้วยความรู้สึกหดหู่ และในที่สุด เขาก็ถอนหายใจออกมา
“ข้าจำไม่ได้แล้วจริงๆว่าข้าต้องส่งเด็กแบบเจ้าไปกับไอ้พวกทีมสำรวจเวรนั่นกี่ครั้งแล้ว แต่ว่านี่เป็นเพราะว่าข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ เผ่าพันธุ์ของเรานั้นต้องดิ้นรนให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์แบบนี้อย่างยากลำบาก เฮ้ออออ มา ชนกันหน่อย”
เพียงอึกเดียว ไวน์ในชามก็หายไปกว่าครึ่ง
“เป็นยังไงบ้างไอ้หนู ไวน์นี่รสชาติไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ”
เฉินเฉียงได้ยิ้มออกมาและพูดว่า “ถ้าไม่ได้เติมน้ำไปเมื่อครู่นี้รสชาติก็คงดีกว่านี้อีกล่ะครับ”
“หืม นี่เจ้าไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องอันตรายเลยรึไงกันถึงได้ยิ้มกว้างออกมาซะขนาดนี้ เฮ้อ นิสัยของเจ้านี่เหมือนพ่อไม่มีผิด”
พ่อเหรอ
เฉินเฉียงนั้นไม่พบข้อมูลของพ่อทั้งจากความทรงจำก่อนและความทรงจำนี้ เมื่อได้ยินผู้อาวุโสพูดออกมาทำให้เขานั้นอดที่จะยิ้มด้วยน้ำตาไม่ได้ และนี่ทำให้เฉินเฉียงต้องถามออกมา
“ปู่ซุน ท่านรู้จักพ่อของข้าด้วยเหรอ ตอนนี้เขาอยู่ไหนกัน บอกข้าได้รึเปล่า”
เมื่อผู้อาวุโสซุนได้ยินดังนั้นเขาก็ได้วางชามไวน์ลงและนิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกมา
“โอ้… ก็ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพ่อของตน มันเป็นเรื่องกว่าสิบห้าปีมาแล้