รวจที่เคยส่งไปยังภูเขานั้นส่วนใหญ่แล้วแทบจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา”
“และด้วยสายเลือดของเจ้านี้ ข้าก็พอจะบอกได้ว่าตัวเจ้านั้นอาจจะตกตายได้ทันทีเมื่อก้าวเข้าไปยังภูเขาหมางนั่น”
“ไม่ใช่เพราะว่าคนเหล่านั้นหาคนไม่ได้ แต่เป็นเพราะไอ้พวกนั้นไม่อยากจะสูญเสียทรัพยากรบุคคลของพวกมันไปกับเพียงเรื่องแค่นี้จึงเลือกที่จะให้คนอื่นเสียสละแทน”
“และด้วยการที่มนุษย์ต้องยอมทนอยู่ในที่แห่งนี้ ความเสียสละเองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”
“อีกอย่างนึง เฉินเฉียง ข้าไม่อยากให้เจ้าหลงลืมไปว่า ยังไงซะ เจ้าก็เป็นผู้สืบสายเลือดของผู้พันเทียนเว่ย ข้าหวังให้เจ้านั้นเชิดหน้าเข้าไว้อย่างไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด จะได้ไม่ทำให้พ่อของเจ้านั้นต้องอับอาย”
“นี่ตราหน้าว่าข้าตายไปแล้วเลยเหรอนั่น”
ผู้อาวุโสพยักหน้ารับอย่างเคารพ
เฉินเฉียงที่ได้ยินก็ได้ยกถ้วยเหล้าขึ้นมาตั้งอยู่ในระดับสายตา เขานิ่งคิดไปสักพักก่อนที่จะซดเข้าไปทีเดียวหมดชาม
“ปู่ซุน ใครจะรู้ได้กัน ขนาดวันนี้พิษของค้างคาวโลหิตพิษนั่นก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าอาจจะโชคดีจนกลับมาที่นี่ได้ก็ได้นะ”
“เป็นเด็กที่กล้าหาญดีจริง ดี ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นจริงล่ะก็ ยามที่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยข้าจะยกไวน์ที่เหลือนี่ให้เจ้า หลังจากนั้นเรามาดื่มกันอีก”
“ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม แต่บอกไว้ก่อนนะว่าครั้งหน้า ข้าขอเป็นไวน์เพรียวๆนา….”
“อืมๆ วิธีการพูดของเจ้าเองก็ถอดแบบผู้พันเทียนเว่