วกนี้ไปตายเลยไม่ใช่รึไงกัน”
“ปู่ซุน มันไม่ได้อันตรายอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ พวกเราแค่จะหาคนไปช่วยถือของและเก็บรวบรวมสมุนไพรเท่านั้นเอง เรื่องพวกนั้นเราไม่ได้ถนัดอะไรนัก พวกเราถนัดป้องกันซะมากกว่าน่ะ แน่นอนว่าสายเลือดทหารอย่างพวกเรานั้นต้องป้องกันพวกเขาอย่างเต็มที่อยู่แล้วนี่นา
เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีว่าหากไม่มีสายเลือดทหารอย่างพวกเราแล้วอาณานิคมจะอยู่รอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไง”ปู่ซุนเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้ได้เลยว่ายังซะกัปตันฉีสมควรจะไม่ยอมรามือจากเรื่องนี้ เขาจึงได้ยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วด้วยท่าทีเหนื่อยหน่ายก่อนที่จะพูดออกมาว่า “ก็ได้ แต่…แค่คนเดียวเท่านั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าวัยรุ่นที่กำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำก็ได้แสดงท่าทีไม่อยากจะไปขึ้นมาในทันที ทุกคนต่างก็ลุกถอยเข้าไปยืนอยู่หลังปู่ซุนของพวกเขา
จะมีก็เพียงเฉินเฉียงเท่านั้นที่กำลังคิดและเรียนรู้ระบบในหัวของเขาโดยไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบข้าง
“โอ้ ไอ้หนุ่ม เจ้าชื่ออะไรน่ะ”กัปตันฉีที่เห็นเฉินเฉียงนั่งนิ่งไม่ไปไหน ก็ได้เข้าไปวางมือไว้ที่ไหล่ของเขาและถามออกมา“…หืม…อ่า ข้าชื่อเฉินเฉียง”เฉินเฉียงที่พึ่งรู้สึกตัวก็ได้รีบตอบออกไปในทันทีโดยยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร“ดี เฉินเฉียง พรุ่งนี้หลังอาหารเช้าเราไปพบกันที่สนามเด็กเล่นนะ แล้วก็นี่ ข้าให้เจ้า รับไปซะ”หลังจากพูดจบ กัปตันฉีได้โยนอะไรบางอย่างให้เฉินเฉียงก่อนที่จะหันหลังกลับและเดินจากไป“……อะไรเนี