ว่า “ได้แล้ว ก็แบบนี้แล้วกัน” เชื่อใจเมิ่งฟางหลิงมาก
เจียงเซี่ยนก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง จึงเอ่ยกับไทฮองไทเฮาว่า “อีกสองวันหม่อมฉันค่อยย้ายเข้ามาดีกว่า…หม่อมฉันจะไปถวายบังคมไทเฮาก่อน เรื่องของหลี่เชียนคราวก่อนยังไม่ได้ขอบพระทัยไทเฮาเลย!”
ไทฮองไทเฮาไม่ปิดบังความเกลียดชังที่มีต่อเฉาไทเฮาแม้แต่นิดเดียว พอได้ยินก็เบ้มุมปากอย่างดูถูก และเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็รีบไปรีบกลับ”
เจียงเซี่ยนขานรับ ทั้งสองคนคุยเรื่องส่วนตัวกันนานมาก เจียงเซี่ยนรับประทานอาหารกลางวันในวังแล้ว ถึงจะลุกขึ้นบอกลา
ไทฮองไทเฮาจับมือของนางอย่างอาลัยอาวรณ์ไม่อยากปล่อยมือ นางจึงจำเป็นต้องสัญญาว่าหลังจากไปถวายบังคมเฉาไทเฮาแล้วจะอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาตลอด ไทฮองไทเฮาถึงจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังกำชับเมิ่งฟางหลิงว่า “เจ้าส่งเป่าหนิงออกจากวัง”
เมิ่งฟางหลิงเป็นนางในของวังฉือหนิง แม้แต่ท่านหญิงตงหยาง ก็เป็นเพราะเป็นแม่ยายของฮ่องเต้ ถึงจะมีสิทธิให้เมิ่งฟางหลิงส่งเช่นกัน
นางขานรับด้วยรอยยิ้ม และส่งเจียงเซี่ยนแทนไทฮองไทเฮา
เจียงเซี่ยนอยากหานางพอดี ระหว่างทางจึงแอบถามเมิ่งฟางหลิงว่า “ช่วงนี้พระวรกายของไทฮองไทเฮาเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมิ่งฟางหลิงป