” ผู้ปฏิบัติหน้าที่จ้าวนิกายแทน
แต่นิกายกระบี่หยกกลับมีจ้าวนิกายเป็นผู้ดูแลด้วยตนเอง
เจินเหรินขั้นวางรากฐานเช่นบรรพชนตระกูลอวิ๋น ยังสามารถเข้าเฝ้าเจินจวินได้โดยตรง หากจะบอกว่าไม่มีบุญเก่าของบรรพชนสายตรงค้ำจุนอยู่ ลวี่หยางไม่มีวันเชื่อ
“ชาติปางก่อน ข้าเคยเห็นบรรพชนตระกูลอวิ๋นเข้าสู่แดนลับหลอมเวทพร้อมกับ ‘ศาสตราวิเศษตรวจฟ้า’ อาวุธฟ้าดั้งเดิม ข้าก็เริ่มรู้สึกผิดแปลก”
แรกเริ่มข้ามิคิดมาก แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งขัดแย้ง ผู้จะได้สิทธิเกิดใหม่ในแดนลับมีมากมาย เหตุใดต้องเป็นบรรพชนอ่อนแอผู้นี้? แถมยังมอบศาสตราวิเศษตรวจฟ้าให้อีก ถ้าไม่ใช่เพราะข้าอยู่ในชาตินั้น บรรพชนตระกูลอวิ๋นคงได้บารมีไปเปล่าๆ อย่างแน่นอน
จะเห็นได้ว่า แม้เขาจะไร้ฝีมือ แต่ “เครือข่ายคนรู้จัก” นั้นมั่นคงยิ่ง
และสิ่งนี้แหละที่ลวี่หยางในชาตินี้ต้องการที่สุด!
หลายวันผ่านไป ท่ามกลางเสียงอื้ออึงบนท้องฟ้าเหนือศีรษะ แสงเร้นเส้นหนึ่งพุ่งวาบลงมายังเรือนซ่อนกระบี่ ก่อนจะค่อยๆ แยกออกเป็นม่านพร่าง
บรรพชนตระกูลอวิ๋นผู้มีผมขาวใบหน้าเหี่ยวย่นก้าวออกจากลำแสงอย่างเชื่องช้า จิตรับรู้ของเขาจับตัวอวิ๋นเมี่ยวเจินไว้ได้ทันที เห็นว่านางปลอดภัยก็พลันโล่งใจ
“คารวะท่านบรรพชน”
อวิ๋นเมี่ยวเจินรีบก้าวออกมาคารวะอย่างนอบน้อม จากนั้นยื่นโอสถออกมาหนึ่งเม็ด “นี่คือโอสถเพิ่มอายุที่ศิษย์ได้มาครานี้ ขอท่านบรรพชนรับไว้”
บรรพชนตระกูลอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ตื้นตันในใจทันที “เม