ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าฮูหยินหยางพาเด็กสาวที่อายุสิบเจ็ดสิบแปดปีเดินมาแล้ว
“ท่านหญิง!” นางแนะนำเด็กผู้หญิงคนนั้นกับเจียงเซี่ยน “ท่านนี้คือคุณหนูใหญ่ของนายท่านต่งต่งจ้งจิ่น”
คุณหนูใหญ่ต่งรีบย่อตัวคารวะและทักทายเจียงเซี่ยน
คิดไม่ถึงว่าตระกูลต่งจะยืนอยู่ฝ่ายตระกูลหยาง
เจียงเซี่ยนเห็นนางหน้าตาธรรมดาแต่กลับเสียงดี จึงอดไม่ได้ที่จะตั้งใจมองคุณหนูใหญ่ต่งเล็กน้อย
ฮูหยินหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินของนายท่านต่งป่วยตายไปหลายปี นายท่านต่งไม่แต่งงานใหม่ ตั้งแต่ห้าปีก่อน...คุณหนูใหญ่ต่งก็เริ่มดูแลงานต่างๆ ในบ้านแทนมารดา งานเลี้ยง ในบ้าน…ส่วนใหญ่คุณหนูใหญ่ต่งก็เป็นคนออกหน้าเช่นกัน”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือกลัวว่าเจียงเซี่ยนจะคิดว่าตระกูลต่งไม่เคารพนาง จึงส่งลูกสาวคนโตในตระกูลมาทักทายนาง
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางพยักหน้า และทักทายคุณหนูใหญ่ต่ง “จะว่าไปข้ากับครอบครัวของพวกเจ้าก็ถือว่ามีวาสนาเช่นกัน บ้านที่ข้าอยู่ตอนนี้ ว่ากันว่าเดิมทีก็เป็นของพวกเจ้า”
คุณหนูใหญ่ต่งรู้ความมาก จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านหญิงพูดเกินไปแล้ว ท่านหญิงถูกใจบ้านเดิมของพวกเรา นี่เป็นวาสนาของตระกูลต่งของพวกเรา บ้านหลังนั้นไม่ว่