เจียงเซี่ยนเข้าใจความหมายของหลี่เชียน
เดิมทีเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันก็ไม่มาก หากยังมีอะไรไม่พอใจและเอาแต่เก็บไว้ในใจ นานๆ ไป ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะแค้นเคือง และเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อยๆ ห่างกัน
นางยิ้มพลางพยักหน้า และเอ่ยอย่างยั่วเย้าข้างหูเขาว่า “ข้าชอบที่เจ้าบอกว่าจะแบกข้าขึ้นเขา แต่ข้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นจะทำอย่างไร?”
“เช่นนั้นข้าก็จะแบกเจ้าตอนที่ไม่มีคน!” หลี่เชียนดีใจมาก เขารู้ว่าเจียงเซี่ยนเข้าใจความหมายของเขาแล้ว เขาเอ่ยพลางมองไปรอบด้าน นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นจริงๆ จึงยื่นมือไปจับเจียงเซี่ยน ทว่าเจียงเซี่ยนกลับบิดตัวหลบไปตั้งนานแล้ว และวิ่งไปที่ป่าไผ่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว
หลี่เชียนยิ้มพลางตามไป
ทั้งสองคนหยอกเล่นกันในป่าไผ่
จนกระทั่งหัวเราะจนเหนื่อย ทั้งสองคนจึงนั่งพักเคียงข้างกันในศาลาของป่าไผ่
หลี่เชียนกอดเจียงเซี่ยนพลางจูบหน้าผากของนางเบาๆ และกระซิบว่า “เป่าหนิง พอถึงหน้าร้อน อุณหภูมิของซีอานค่อยๆ สูงขึ้น เจ้าก็ไปเที่ยวที่เมืองกานสักสองสามวันเถอะ! ที่นั่นเย็นสบาย เจ้าแต่งตัวเป็นเด็กรับใช้และตามข้าไปขี่ม้า ไปทำการค้าที่ตลา