เรื่องอะไร?”
ปกติสำนักใหญ่อย่างสกุลหลี่กับสำนักการศึกษาประจำเมืองต่างจะแบ่งเป็นหลายระดับตามความก้าวหน้าของนักเรียน จั๋วหรานกับเจิ้งฉงอยู่ระดับเดียวกัน
จั๋วหรานยิ้มพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าเร็วกว่าพวกเรา พวกเรายังเรียน ‘หลุนอวี่’ อยู่” และเอ่ยอีกว่า “เดิมทีข้าคิดจะย้ายไปที่สำนักของพวกเจ้า แต่ถึงอย่างไรเสียนหยางก็อ อยู่ห่างจากซีอานเล็กน้อย พี่สาวของข้าไม่วางใจ ข้าจึงจำเป็นต้องเรียนที่สำนักการศึกษาประจำเมือง…”
ความจริงแล้วพี่สาวของเขากลัวเขาถูกคนรังแก
ทว่าเขากลับไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเพื่อน
ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนการเรียนของกันและกัน เจิ้งฉงพบว่าความรู้ของจั๋วหรานดีมาก หัวข้อสนทนายิ่งคุยก็ยิ่งลึก แต่ซย่าซานกลับยิ่งฟังก็ยิ่งเบื่อ เขาอดทนนั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้น ร รอจนฟ้าค่อยๆ มืดอย่างยากลำบาก แล้วรีบขัดจังหวะทั้งสองคน โดยเอ่ยว่า “วันนี้ทุกคนยากที่จะได้เจอกัน ข้าเลี้ยงอาหารทุกคนดีกว่า! ไปหอจวี้อันเป็นอย่างไร? ห่านย่างของที่นั่นทำได ด้ดีมาก ไปช้าแล้วมักจะไม่มีที่นั่ง! ไม่อย่างนั้นไปกินเนื้อแพะย่างที่ร้านเสี่ยวชุ่ย? บรรพบุรุษของเถ้าแก่ของร้านเสี่ยวชุ่ยเป็นชาวเผ่าหุย เนื้อแพะที่พวกเขาทำอร่อยที่สุดแล