นานแล้ว
คงจะไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างทางใช่หรือไม่?
แต่มีหลี่หลินติดตาม และตลอดทางที่มานี้ล้วนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีกองกำลังทหารประจำการ ต่อให้เกิดเรื่อง จะเกิดเรื่องอะไรได้?
เจียงเซี่ยนครุ่นคิด ปรากฏว่ารับประทานอาหารกลางวันแล้ว หลี่ตงจื้อกับหลี่หลินก็มาถึงแล้ว
นางไปต้อนรับถึงหน้าประตูใหญ่ด้วยตนเอง
หลี่ตงจื้อลงจากรถม้า และจับมือของนางพลางเรียกว่า “พี่สะใภ้” ตลอด หางตาแดงไปหมดแล้ว
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ยังกลัวว่าพวกเจ้าติดพันเรื่องอะไร หากเจ้าไม่มาอีก ข้าก็จะส่งคนไปหาแล้ว”
“พี่สะใภ้!” หลี่ตงจื้อได้ยินแล้วก็กอดแขนของนางจริงๆ และเอ่ยว่า “ตอนที่พวกเราไปถึงอำเภอฮว่าอิน ก็เจอเรื่องแล้วจริงๆ…ที่นั่นมีทหารก่อกบฏ!”
เจียงเซี่ยนตกใจมาก และมองไปที่หลี่หลิน
ทว่าหลี่หลินกลับสุขุมมาก เขาเข้ามาคารวะเจียงเซี่ยน และเอ่ยว่า “ได้ยินว่าเพราะเงินเดือนทหารของปีที่แล้วจนถึงปีนี้ช้ามากและไม่สามารถแจกจ่ายลงไปได้ มีทหารของฐานที่มั่นขโมย ยเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรเตรียมเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ นายอำเภอเฉินไปที่ฐานที่มั่นและหารือกับผู้บังคับกองร้อยของที่นั่น คนของฐานที่มั่นไม่ยอมรับ นายอำเภอ