กเหมือนหยก และดูเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
หลี่เชียนเห็นก็รู้สึกดีใจทันที
นี่คือชีวิตที่เขาอยากให้เจียงเซี่ยน
ไร้ความกังวล มีความสุข ต่อให้กลุ้มใจ ก็กลุ้มใจแค่ว่าจะวางของอะไรบนชั้นวางของ
แต่อิ้นไฉ่นั้น เห็นได้ชัดว่าไม่นุ่มนวลเหมือนฉิงเค่อกับไป่เจี๋ย
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเห็นในเรือนกระจกยังปลูกต้นส้มจี๊ดกับต้นดอกชาไว้ด้วย อีกไม่กี่วันดอกเหมยก็บานแล้ว จึงเอาลูกท้อออกมา คิดว่าเดี๋ยวให้คนของเรือนกระจกนำส้มจี๊ด ดกับดอกชามาวางสองสามกระถาง อีกไม่กี่วันค่อยเพิ่มดอกเหมยอีกสองสามกระถาง”
เจียงเซี่ยนก็เพียงแค่พูดไปเช่นกัน ไม่ได้จะย้ายอะไรจริงๆ พอได้ยินก็อดที่จะเอ่ยด้วยรอยยิ้มไม่ได้ว่า “เรือนกระจกในสวนดอกไม้ยังใช้ได้หรือ? ใครดูแลที่นั่นล่ะ?”
อิ้นไฉ่ยิ้มพลางเอ่ยว่า “เป็นคนที่เจ้าของบ้านเดิมทิ้งเอาไว้เจ้าค่ะ บอกว่าทางเขาก็ไม่มีเรือนกระจกแล้ว คนสำหรับดอกไม้กับต้นไม้ก็ไม่จำเป็นแล้วเช่นกัน ไม่เพียงแต่ทิ้งคนเอาไว้ สัญญาขายตัวก็ทิ้งเอาไว้ด้วย อยู่ในมือชีกู คนพวกนั้นกล