ใจในดวงตาของคุณหนูใหญ่ตระกูลคังทั้งหมดต่างก็อยู่ในสายตาของติงหวั่นเช่นกัน
ทั้งสองคนเหมือนเจอคนรู้ใจแล้ว จึงรู้สึกเห็นใจและสงสารกันและกัน
ติงหวั่นกับคุณหนูใหญ่ตระกูลคังอดไม่ได้ที่จะยิ้ม และต่างคนต่างก็เก็บสายตาของตนเองกลับไป
—————————————————-
เรือนด้านนอกก็ก่อความวุ่นวายรุนแรงมากขึ้นแล้ว
ทุกคนอาศัยโอกาสนี้บังคับให้หลี่ฉางชิงดื่มเหล้า แม้หลี่หลินจะสกัดไปไม่น้อยแล้ว แต่คนที่ชวนดื่มเหล้ามีมากเกินไป เขาจึงเริ่มเซเล็กน้อยเช่นกัน อยากเรียกหลี่จี้มาช่วย ทว่ามองซ ซ้ายมองขวาก็หาตัวไม่เจอ เขาเอ่ยปากจะสั่งให้คนไปเรียกหลี่จี้มา แต่พออ้าปากก็มีคนขวางตรงหน้าเขาและเอ่ยคำสรรเสริญเยินยอ จนทำให้เขาปลีกตัวไม่ได้
—————————————————–
ทว่าในลานเล็กๆ ที่กั้นด้วยกำแพงกลับเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงใด
มีเพียงติงหลิวกับหลี่ขุยนั่งชงชาอยู่บนม้าหินและเก้าอี้หินใต้ไผ่เซียงเฟยมุมกำแพงลานคนละฝั่งซ้ายขวา
“เรื่องนี้…เจ้าคิดอย่างไร?” ติงหลิวมองหลี่ขุยชงชา และหยิบจอกเหล้าเครื่องเคลือบสีขาวที่วาดลายสีทองขึ้นมาจอกหนึ่งเหมือนรอไม่ค่อยไหวแล้ว แล้วถามหลี่ขุยเสียงเบา
“จะ