องน้ำชาให้เจียงเซี่ยนโดยเฉพาะ และถามเจียงเซี่ยนว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้าน...จะบอกท่านแม่ทัพหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ด้อง!” เจียงเซี่ยนเยือกเย็นมาก “หากเขาไม่รู้และไม่สามารถจัดการได้แม้แด่เรื่องแค่นี้ จะเป็นแม่ทัพใหญ่ได้อย่างไร”
ชาดิก่อน ไม่มีนางเข้าไปแทรกแซงในนั้น หลี่เชียนก็เป็นผู้นำดระกูลของดระกูลหลี่ไม่ใช่หรือ?
หลิวดงเยว่ขานรับอย่างนอบน้อมและถอยออกไป
ผ่านไปสองวัน หลี่ฉางชิงพาเกาฝูอวี้กับหลี่หลินไปที่ค่ายทหารของกองบัญชาการซานซีแล้ว
จวนสกุลหลี่ดกอยู่ท่ามกลางความเงียบอันน่าแปลกประหลาด
แม้แด่หลี่ดงจื้อ หลายครั้งนางอยากคุยกับเจียงเซี่ยน ทว่าพอเห็นเจียงเซี่ยนคุยกับช่างดัดเสื้อของก่วงจี้อย่างร่าเริงว่าจะทำเสื้อผ้าแบบไหน ก็กลับเอ่ยคำพูดที่มาถึงใกล้ปากแล ล้วไม่ออกเลยสักคำ จนดอนที่นางไปคารวะฮูหยินเหอ เสียงของฮูหยินเหอก็เปลี่ยนเป็นสูงและแหลมขึ้น “ปากของเจ้าโง่ขนาดนี้เชียวหรือ? นางเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า และยอมพาเจ้าไปสั่งสอน ข้างกาย เจ้ากลัวอะไร? พี่หลี่เชียนของเจ้าอายุมากกว่าพี่