เหล่านี้ก็ต้องเจียดที่ให้หลี่เชียน แต่ขุนนางที่ถูกย้ายไปเป็นกำลังคนของตระกูลเจียง ตระกูลเจียงเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ไม่อาจให้คนเสียสละโดยไม่ให้ผลปร ระโยชน์แก่คนได้ นานๆ ไป ใครจะยอมเชื่อฟังแต่คำสั่งเจ้า ใครยังจะยอมซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเจ้า ดังนั้นสุดท้ายคนที่รับศึกหนักก็ยังเป็นตระกูลเจียง
ทว่าในเมื่อเจียงเซี่ยนมาหาตำแหน่งขุนนางให้หลี่เชียนด้วยตนเอง ก็ไม่มีทางที่จะเป็นตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยเล็กๆ อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็เป็นตำแหน่งผู้บัญชาการ
ปกติตำแหน่งผู้บัญชาการล้วนเป็นระดับสาม
ตำแหน่งขุนนางแบบนี้มีจำกัด
เจียดออกมาตำแหน่งหนึ่ง เจียงเซี่ยนจะไปหาอีกตำแหน่งชดเชยให้คนอื่นจากที่ไหน?
ฮูหยินฝางก็กระวนกระวายใจขึ้นมาทันที จึงไม่มีเวลาสนใจอะไรแล้วเช่นกัน และรีบเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าหมายตาตำแหน่งไหน?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่เกรงใจว่า “ผู้บัญชาการกองบัญชาการส่านซีหรือผู้บัญชาการกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซี” นางกำลังพูดอยู่ พอเห็นหน้าของฮูหยินฝางยังคงตึงเครียดไม่ผ่อนคลายลง เหมือน