้ายืมตงเยว่ไปแล้วไม่คืนให้ข้าสักที ข้างกายข้าขาดคนวิ่งเต้นทำงานเล็กๆ น้อยๆ ไปคนหนึ่ง…อีกไม่นานก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว พวกที่ดินกับร้านค้าของข้าต่างก็ต้องเริ่มเก็บค่าเช่าแล้ว พอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า การไถดินกับการเพาะปลูกยิ่งสำคัญมาก หากไม่จัดคนที่ไว้ใจได้ไว้สักคน ข้ามักจะรู้สึกไม่สบายใจ”
ถึงอย่างไรหลี่จี้ก็ไม่ใช่หญิงรับใช้ในบ้านที่บอกให้ไปช่วยให้เจียงเซี่ยนก็ช่วย
หลี่เชียนเอ่ยว่า “พรุ่งนี้ข้าจะบอกท่านพ่อ”
แต่หลี่ฉางชิงไม่เคยปฏิเสธเจียงเซี่ยน
พอหลี่เชียนบอกก็ตกลงทันที
ไม่เพียงเท่านี้ หลี่ฉางชิงยังเรียกหลี่จี้ไปสั่งสอนด้วย ให้เขาตั้งใจช่วยเจียงเซี่ยนทำงาน อย่าแอบขี้เกียจ ทำอะไรลับๆ ล่อๆ และไม่ทำงานเป็นต้น สั่งสอนจนหลี่จี้เขินหน้าแดง และรับรองว่าจะไม่แอบขี้เกียจอย่างเด็ดขาด ถึงถูกหลี่ฉางชิงปล่อยไป
แต่พอเขาออกจากห้องหนังสือของหลี่ฉางชิง กลับอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก
เขารู้มานานมากแล้วว่า หลี่หลินแอบกดหัวหลี่เชียนมาโดยตลอด เพื่อให้หลี่ฉางชิงสนใจ แต่หลี่เชียนเหมือนถูกพระโพธิสัตว์ลูบศีรษะ ไม่เพียงแต่ทำอะไรก็ฉลาดกว่าหลี่หลิน ทว่ายังขยันและมุมานะมากกว่า หลี่หล