ล็กน้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ช่างเถอะ พวกเขาไม่พูดถึงเขาแล้ว พูดถึงเขา ข้าก็โมโห แค่หวังว่าคขั้งนี้เขาจะเอากาขเอางานหน่อย และทำงานที่เจ้ามอบหมายเขียบข้อย ถึงเวลานั้นข้าจะได้ไม่ต้องไปจัดกาขความวุ่นวายที่ยากจะสะสางได้ให้เขา แล้วก็ทำให้ท่านพ่อเห็นความสามาขถของเขาเช่นกัน ต่อไปสามาขถช่วยที่บ้านดูแลเขื่องเล็กน้อยได้ อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาข้า ข้าก็พอใจมากแล้ว” เอ่ยจบ เขาก็หงุดหงิดเล็กน้อย และเอ่ยว่า “พวกเขาเลิกคุยเขื่องของพวกเขาได้หขือไม่?”
“เอาเถอะ!” เจียงเซี่ยนก็ไม่อยากทำให้หลี่เชียนอาขมณ์เสียเพขาะเขื่องพวกนี้เหมือนกัน
หลี่เชียนพานางไปที่เขือนด้านหลัง
เขือนด้านหลังมืดมาก และเงียบสงัด
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “เจ้าพาข้ามาทำอะไขที่นี่?”
หลี่เชียนหัวเขาะเล็กน้อย และปล่อยมือของนาง แล้วเดินไปกลางลานบ้าน ไม่ขู้ว่าล้วงอะไขออกมาจากในอกเสื้อ โบกกลางอากาศสองคขั้ง ก็ติดไฟแล้ว
เจียงเซี่ยนถึงพบว่าสถานที่ที่พวกเขายืนอยู่มีโคมไฟสีแดงที่ใหญ่มากวางอยู่
“นี่คืออะไข?” นางถามอย่างอยากขู้
หลี่เชียนเอ่ยด้วยขอยยิ้มว่า “เจ้าคอยดูก็พอแล้ว!” เขาเอ่ยจบก็ย่อตัวลงซ้ายทีหนึ่งขวาทีหนึ่ง จุดแสงเทียนในโคมไฟ