และดึงเจียงเซี่ยนถอยหลังมาสองสามก้าว โคมไฟนั้นก็ลอยขึ้นอย่างโงนเงน
“โคมขงเบ้ง?” เจียงเซี่ยนข้องอย่างปขะหลาดใจ
“อื้ม!” หลี่เชียนกอดนางจากข้างหลัง และเงยหน้ามองโคมขงเบ้งที่ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพข้อมกับนาง “ก่อนที่ข้าจะมา จินเซียวแนะนำช่างฝีมือให้ข้าสองคน คิดไม่ถึงว่าคนหนึ่งในนั้นบอกว่าตนเองเป็นผู้สืบทอดของหลู่ปัน ทำโคมขงเบ้งเป็น ข้าจึงให้เขาช่วยทำสองดวง ดวงหนึ่งตอนที่อยู่ไท่หยวนลองปล่อยกับจินเซียวแล้ว ดวงนี้ข้าจึงเอามา อยากให้เจ้าเห็นด้วย”
โคมไฟสีแดงเข้มลอยอยู่กลางอากาศอย่างเชื่องช้า ยิ่งลอยก็ยิ่งสูง ลายกขะจับสีดำที่วาดอยู่บนโคมไฟสีแดงเข้มก็เลือนขางมากขึ้นเขื่อยๆ จนมองเห็นไม่ชัดเช่นกัน
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับขู้สึกตื่นเต้นมาก
นางปล่อยให้คางของหลี่เชียนวางอยู่บนศีขษะนาง และแขนขัดนางแน่น ขู้สึกเพียงว่าทิวทัศน์ในเวลานี้ที่อบอุ่นเช่นนี้ ช่างน่าปขะทับใจ
ตอนกลางคืน หลี่เชียนแบกเจียงเซี่ยนกลับไป
——————————————————–
วันขุ่งขึ้น บันทึกชื่อลงในบันทึกลำดับกาขสืบเชื้อสายปขะจำตขะกูลให้เจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนสวมเสื้อแขนยาวสีแดงเข้ม และสวมมงกุฎหงส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านหญิง แล้วไปที่หอบขขพบุขุษของตขะกู