หน้าแดง และโทษหลี่เชียนว่า “ใครใช้ให้เจ้าไม่พูดให้ชัดเจน ‘ท่านหญิงมักจะรับมาอยู่เป็นเพื่อนข้างกาย’ ไม่ว่าใครได้ยินคำพูดนี้ก็จะคิดว่าลูกพี่ลูกน้องของเจ้าปีนี้อายุแค่แปดเก้าขวบเช่นกัน!”
หลี่เชียนหัวเราะอีกพักหนึ่ง
จินเซียวลูบจมูกอย่างเขินอาย ทว่าหลังจากนั้นจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หลังจากสั่งให้เด็กรับใช้ไปซื้อเครื่องประดับบนศีรษะที่ร้านขายเครื่องประดับเงินทองมอบให้เหอถงเหนียง ก็ขอให้หลี่เชียนไล่คนรับใช้ในห้องออกไป และเอ่ยอย่างจริงจังว่า “จงเฉวียน เจ้าว่าจินเฉิงน้องชายข้าเป็นอย่างไร?”
หลี่เชียนอึ้งไป และเอ่ยว่า “ไม่เลวทีเดียว!”
นี่เป็นความจริง
แม้จินเฉิงจะเงียบขรึมและพูดน้อยมาก แต่กลับไม่ใช่คนที่ไม่มีอะไรในใจ ตรงกันข้าม เขาไม่เพียงแต่คิดอะไรละเอียดรอบคอบ ทว่ายังทำอะไรจริงจัง สุขุม และระมัดระวัง การจัดการเรื่องราวพูดไม่ได้ว่าทำอะไรรอบคอบมากแต่เฉลียวฉลาดและมีไหวพริบ แบบฉบับลูกชายคนรองที่เกิดจากอนุภรรยา จินเซียวมีเขาช่วยเหลืออยู่ข้างกาย ต่อไปงานต่างๆ ของตระกูลจินก็สามารถมอบอำนาจทั้งหมดให้จินเฉิงได้อย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องกังวลแล้ว
เทียบกันแล้ว ทางหลี่เชียนกลับขาดคนแบบนี้
หลี่จี้ซื่อสัตย์ ท