ว่าก็ซื่อมากเกินไปเช่นกัน ทำงานเล็กยังได้ แต่งานใหญ่กลับใช้ไม่ได้
เขายังต้องคิดหาทางหาคนที่สามารถช่วยเขาจัดการงานต่างๆ ได้
พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เชียนก็ปวดศีรษะเล็กน้อย สีหน้าจึงฉายแววจนปัญญามากขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
จินเซียวเห็นสถานการณ์ก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “จงเฉวียน ข้าคุยเรื่องจริงจังกับเจ้า จินเฉิงทำงานกับเจ้ามาระยะหนึ่งแล้ว เจ้ารู้จักเขามากกว่าข้า เขาเป็นอย่างไรกันแน่?”
“ไม่เลวจริงๆ!” หลี่เชียนเอ่ยอย่างจริงจังและระมัดระวังว่า “เจ้ากับข้าเป็นเพื่อนกัน ส่วนจินเฉิงก็เป็นน้องชายของเจ้า และผู้ช่วยที่มีความสามารถของเจ้าในอนาคต ข้าจะตอบเจ้าอย่างขอไปทีได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นก็ดี!” จินเซียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม และถามหลี่เชียนว่า “ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหมั้นหรือยัง?”
“น่าจะไม่กระมัง?” หลี่เชียนไม่กล้ายืนยัน ก่อนเจียงเซี่ยน เขาไม่เคยสนใจเหอถงเหนียงด้วยซ้ำ
จินเซียวได้ยินก็หัวเราะ และเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “จงเฉวียน พวกเราสองตระกูลแต่งงานกันดีกว่า?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ตอนแรกหลี่เชียนยังไม่ทันได้คิด ทว่าพอเอ่ยออกไป เขาก็เข้าใจทันที หลังจากเข้าใจก็อดที่จะเอ่ยอย่างตกตะลึงไม่ได้ว่า “เจ้าหมายถึง…จินเฉิงกับน้อง