นเองแล้วกระมัง!
เจียงเซี่ยนถามหลี่เชียนเสียงนุ่มว่า “ท่านแม่เป็นคนอย่างไร เจ้ายังจำได้หรือไม่?”
“จำไม่ค่อยได้แล้ว” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าซนมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันหากไม่คิดแต่จะให้พวกท่านอาพาไปขี่ม้า ก็คิดแต่จะทะเลาะกับพวกจงเทียนอี้ ในความทรงจำของข้า…ท่านแม่เข้มงวดกับข้ามาก มีครั้งหนึ่งข้าไม่ตั้งใจฝึกคัดตัวอักษร นางใช้ไม้ไผ่ตีมือของข้า ตอนอาหารเย็นข้าถือตะเกียบไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นข้าก็คิดว่า ข้าไม่อยากเป็นลูกชายของท่านแม่แล้ว ข้าอยากไปเป็นลูกชายของท่านป้าจง นางไม่เคยตีพวกจงเทียนอี้เลย แถมยังทำซาลาเปาไส้ผักที่อร่อยมากเป็นด้วย…แต่พอถึงตอนกลางคืนที่ข้านอนอย่างสะลึมสะลือ ก็พบว่ามีคนทายาที่มือให้ข้า ข้าเรียกท่านแม่อย่างงัวเงีย น้ำตาของนางก็ร่วงลงบนหน้าข้า ในใจข้า…ก็คิดว่านางเข้มงวดกับข้าก็จริง แต่ก็รักข้ามากเช่นกัน ตอนหลังข้าโตแล้วบอกจงเทียนอี้ เขาบอกว่าไม่เคยมีเรื่องนี้ ข้านอนสะลึมสะลือ และคิดไปเอง”
“ตอนนั้นข้ายังทะเลาะกับจงเทียนอี้ด้วย”
“แต่หลังจากข้าโตแล้วหวนคิดขึ้นมา ก็ยังไม่กล้ายืนยันจริงๆ ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือไม่”
ตอนที่เขาเอ่ยเรื่องนี้ สีหน้าไม่มีความหม่นหม