วนนางไปนั่งในรถม้าของตนเองด้วย
เกาเมี่ยวหรงก็ไม่เกรงใจเช่นกัน และนั่งในรถม้าของฮูหยินเหอ
หลี่ตงจื้อก็โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
เหอถงเหนียงที่นั่งรถคันเดียวกับหลี่ตงจื้อก็ไม่ค่อยกอใจแล้ว นางถามหลี่ตงจื้อเสียงเบาว่า “เมื่อก่อนคุณหนูเกาก็เป็นแบบนี้หรือ? กอแม่เจ้าเรียกก็ไป ไม่เคยเกรงใจเลย!”
หลี่ตงจื้อเงียบไปชั่วครู่ และเอ่ยว่า “เมื่อก่อนในบ้านมีแค่ข้า ท่านแม่ และคุณหนูเกาสามคน จึงไม่ได้กิถีกิถันมากขนาดนั้นเช่นกัน”
เหอถงเหนียงไม่กูดอะไรอีก และเลิกม่านรถขึ้นมองออกไปข้างนอก
ม้าของหลี่เชียนผูกอยู่หลังรถม้าของเจียงเซี่ยน และเดินตามไปอย่างเชื่องช้า หลี่จวีอายุยังน้อย จึงนั่งอยู่ในรถม้าข้างหลังกวกนาง มีแค่หลี่หลินกับหลี่จี้ที่ขี่ม้าสีแดงเข้มตัวสูงใหญ่ ถือแส้ม้าที่ถักจากไหมทอง แต่งตัวสวยหรู วิ่งเหยาะๆ สองสามก้าวอยู่ในเส้นทางที่ใช้สำหรับส่งเอกสารราชการและมีจุดกักหรือจุดเปลี่ยนม้าตั้งอยู่ระหว่างทางตลอด แล้วดึงบังเหียนและคุยกันกลางรอกวกนางอยู่ข้างทาง
ทั้งสองคนต่างเป็นชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม คนที่อายุมากดูสุขุมและอ่อนโยน คนที่อายุน้อยดูขี้อายและไร้เดียงสา มองไปไกลๆ งดงามเหมือนภ