่านั้นทะเลาะกัน คุณหนูติงก็เป็นคนออกหน้าไกล่เกลี่ยตลอด”
“ไม่ได้!” หลี่ตงจื้อส่ายหน้า
เรื่องน่าอายของตระกูลจะแพร่งพรายออกไปข้างนอกไม่ได้
ถึงแม้นี่จะไม่ใช่เรื่องน่าอายของตระกูล ทว่าความสัมพันธ์ในบ้านตอนนี้ก็วุ่นวายมากเช่นกัน คนอื่นได้ยินแล้วยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่แพร่งพรายออกไป จนทำให้เหล่าตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจในเมืองไท่หยวนหัวเราะเยาะ
“เจ้าก็ถือว่าข้าไม่เคยพูดเรื่องนี้แล้วกัน!” หลี่ตงจื้อเอ่ยอย่างไม่สบายใจว่า “เจ้าห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาด!”
เหอถงเหนียงพยักหน้า
หลังจากพวกนางกับคุณหนูติงหวั่นไปถึงตระกูลซือ นางก็พบว่าเกาเมี่ยวหรงมาถึงตั้งนานแล้ว และช่วยคุณหนูสามตระกูลซือต้อนรับแขกที่มา โดยพูดคุยและหัวเราะอย่างจริงใจ
เหอถงเหนียงมองไปที่หลี่ตงจื้อ
หลี่ตงจื้อสีหน้าเศร้าหมอง ครู่ใหญ่ถึงจะกลับมาเป็นปกติ และยิ้มพลางเรียกเกาเมี่ยวหรงว่า “พี่เกา”
ดังนั้นจึงมีคนมามอง และวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบาว่า “ที่แท้คนนี้ก็คือคุณหนูเกาของจวนสกุลหลี่ ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจว่านางเป็นคุณหนูที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับตระกูลหลี่มาโดยตลอด!”
จะเห็นได้ว่าคำพูดที่เจียงเซี่ยนเอ่ยถึงเกาเมี่ยวหรงในวันนั้นแพร่ไปทั่วตั้งนาน