เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้ม
ตอนนี้นางไม่ใช่ไทเฮาเสียหน่อย ตระกูลลู่มีเรื่องอะไรก็ไม่น่าจะมาขอร้องนาง
คงอยากเชิญฮูหยินคนไหนที่นั่งอยู่ แต่กลัวจะเชิญไม่ได้ จึงฉวยโอกาสนี้ลากคนไปแล้วค่อยว่ากัน
หลายวันนี้เจียงเซี่ยนว่างจนว้าวุ่นใจพอดี จึงค่อนข้างรู้สึกมีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น เลยเอ่ยว่า “ข้าแล้วแต่ท่าน”
ฮูหยินลู่รีบมองไปทางฮูหยินติง
ฮูหยินติงกับฮูหยินหลี่แลกเปลี่ยนสายตากันครั้งหนึ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก็ยิ้มและตกลง
คนอื่นพากันแสดงออกว่าความคิดนี้ดีทันที ได้ดูงิ้วติดกันสองวัน ฮูหยินของผู้ช่วยขวาตระกูลหลู่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “จะให้ท่านหญิงกับฮูหยินลู่ได้ชื่อเสียงดีเพียงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เช่นกัน วันมะรืนทุกคนไปที่บ้านของข้าเถอะ แสดง ‘ฉีซวงฮุ่ย’ จะได้ดูงิ้วที่คณะสื่อเจียแสดงได้ดีให้หมด” นางพูดไปก็ขยิบตาให้เจียงเซี่ยน และเอ่ยว่า “แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านหญิงจะช่วยหรือไม่แล้ว…คณะสื่อเจียไม่ได้เชิญง่ายขนาดนั้น ยังต้องขอให้ท่านหญิงออกหน้าเป็นคนกลางด้วย”
ฮูหยินหลู่เป็นผู้หญิงที่กำลังอยู่ในวัยสาวและสวย ผิวขาวเกลี้ยงเกลา ดวงตาโต หน้ากลม เวลายิ้มยังมีลักยิ้มสองข้าง