ที่โถงบุปผา “อย่างไรก็ต้องรอให้มีฮูหยินมาอีกสักสองสามคนแล้วพวกนางถึงจะมาถึง”
ฮูหยินเหอได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วและเอ่ยว่า “เช่นนั้นฮูหยินติงกับฮูหยินหลี่จะรู้ได้อย่างไรว่าก่อนหน้าพวกนางมีคนมากี่คนแล้ว?”
ไป่เจี๋ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกแม่นมที่ติดตามมาแล้ว! ไม่อย่างนั้นทำไมเวลาออกไปข้างนอกยังต้องพาแม่นมติดตามไปด้วย รถม้าจะแล่นเร็วหรือแล่นช้า ก็ต้องฟังพวกนาง”
ทั้งสองคนได้ยินแล้วก็รู้สึกปวดศีรษะ ซับซ้อนมาก
ป้าเหอจึงถือโอกาสผลักลูกสาวกับหลี่ตงจื้อไปตรงหน้าไป่เจี๋ยเสียเลย และเอ่ยว่า “ข้ากับแม่ของเจ้าอายุมากแล้ว จำได้ที่ไหนกัน? พวกเจ้าต้องติดตามและตั้งใจเรียนนะ”
หลี่ตงจื้อกับเหอถงเหนียงขานว่า “เจ้าค่ะ” พร้อมกัน และตามหลังมารดาเข้าไปในโถงบุปผาอย่างว่านอนสอนง่าย
เจียงเซี่ยนสวมเสื้อคลุมยาวผ้าไหมหังไม่มีลายสีแดงเข้ม ขับให้นางผิวสว่างราวกับหิมะทว่าก็บอบบางและผอมเพรียวเหมือนกินไม่อิ่ม นางกำลังนั่งคุยกับสตรีร่างอวบที่สวมเสื้อคลุมยาวสีเขียวขจีอยู่ตรงฝั่งที่ตำแหน่งค่อนข้างสูงศักดิ์
ฮูหยินเหอเคยเจอสตรีผู้นี้ระหว่างทางที่ไปพบฮูหยินติงตอนที่เพิ่งมาไท่หยวน จึงรู้ว่าสตรีผู