งพังเสียแล้ว!
แถมยังทำให้เกาเมี่ยวหรงเดือดร้อนจนถูกท่านหญิงตำหนิ และถูกฮูหยินเหอทอดทิ้งด้วย
พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ ฮูหยินซือก็อดไม่ได้ที่จะกำชับคุณหนูสามตระกูลซือ “ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนควบคุมอาหารการกินภายในบ้าน เรื่องบางเรื่องหากข้าทำจะมีร่องรอย แต่เจ้าทำกลับไม่เป็นไร ไว้อีกสองวัน เจ้าไปเยี่ยมพี่เกาของเจ้าสักหน่อย เอาเทียนหมากับโสมไปเล็กน้อยให้นางบำรุงเลือดลม ก็ถือว่าพวกเราขอโทษนางแล้วเช่นกัน”
คุณหนูสามตระกูลซือพยักหน้าติดกันหลายครั้ง และเอ่ยอย่างลังเลว่า “เช่นนั้นเรื่องแต่งงานของท่านพี่…”
ตระกูลของฮูหยินซือมีหลานชายที่เป็นบัณฑิต หลังจากนางเจอเกาเมี่ยวหรงก็ชอบมาก จนอยากเป็นแม่สื่อให้หลานชายของตนเองกับเกาเมี่ยวหรง
“เรื่องนี้ก็รอก่อนเช่นกัน” ฮูหยินซือครุ่นคิดว่า “ประการแรกเวลานี้พี่ชายของเจ้ายังเป็นเพียงซิ่วไฉ จิตใจจดจ่ออยู่กับการเรียนหนังสือจะดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องแต่งงานเร็วขนาดนั้น ประการที่สองเกาเมี่ยวหวายังไม่ก่อตั้งตระกูลเอง ตระกูลเกายังอยู่ในสังกัดของตระกูลหลี่ พูดออกไปไม่น่าฟัง…ไว้ผ่านไปสักระยะค่อยว่ากัน”
คุณหนูสามตระกูลซือพยักหน้า และเอ่ยถึงงานเลี้ยงในวันที่สอง “ฮูหยินจินมีธุระพาค