อง จึงขอให้คุณหนูออกหน้าช่วยเหลือโดยเฉพาะ แต่เวลานี้กลับถีบหัวส่งเมื่อหมดประโยชน์ พอท่านหญิงแต่งเข้ามา ก็เริ่มจงใจวางมาดแสดงให้คนอื่นดู ลูบคมท่านต่อหน้าคุณหนูสามตระกูลซือ นี่มันเรื่องอะไรกัน? ต่อไปท่านยังอยากจะยืนหยัดที่ไท่หยวนหรือไม่? แต่ท่านดันยังจะปิดบังคุณชายใหญ่…” นางยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ ขอบตาต่างก็แดงขึ้นมา “คุณท่านทุ่มเทความคิดเพื่อใต้เท้าทุกวัน คุณชายใหญ่ก็ยุ่งอยู่กับการเรียน…ท่าน…ท่านก็ลำบากเกินไปแล้ว!”
“คำพูดห้ามพูดอีกแล้ว” ขอบตาของเกาเมี่ยวหรงก็เริ่มแดงเช่นกัน ทว่าสีหน้ากลับเข้มงวดมาก และตวาดด่าว่า “ถึงอย่างไรพวกเราก็มาอาศัยอยู่ต่างถิ่น คำพูดนี้หากคนของตระกูลหลี่ได้ยินเข้าจะคิดอย่างไร? ต่อไปหากข้าได้ยินใครพูดแบบนี้อีก ก็เชิญนางหางานอื่น ข้าเลี้ยงไม่ไหว!”
เซียงจื่อขานรับว่า “เจ้าค่ะ” แต่กลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนร่วงลงมา
เกาเมี่ยวหรงเอ่ยว่า “ยังไม่ออกไปคิดให้ดีอีก!”
เซียงจื่อสะอึกสะอื้นพลางรับปาก และออกไป
เกาเมี่ยวหรงกัดปากแน่น และขยำผ้าเช็ดหน้าในมือจนเป็นก้อน
นานมาก กว่านางจะหันตัวมา สีหน้ากลับมาสดใสเหมือนเดิมแล้ว
นางตะโกนเรียกเซียงมู่สาวใช้ประจำตัวอีกคน “พวกเจ้าเอาเทียบขอพบข