ฮูหยินเหอเห็นแล้วก็ถามอย่างเป็นห่วงว่า “ท่านหญิง เป็นอะไรไปหรือ?”
“ไม่มีอะไร” เจียงเซี่ยนเห็นความกังวลฉายวาบผ่านไปในดวงตาของฮูหยินเหอ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าแค่กำลังคิดว่าสาวใช้คนนั้นเป็นใครกัน? ทำไมถึงพูดเสียงดังขนาดนี้? ท่านยังไม่ได้พูด นางก็กล้าออกความคิด…”
ฮูหยินเหอได้ยินแล้วก็หน้าแดง และเอ่ยอย่างตะกุกตะกักว่า “เดิมทีเป็นเพียงสาวใช้ที่กวาดพื้นของเรือนด้านนอก ชื่อเสี่ยวหง ข้าเห็นว่าปกตินางมีไหวพริบมาก บางครั้งจึงสั่งให้นางไปทำงานข้างนอก...”
เรื่องบางเรื่องตักเตือนและแนะนำสักหน่อยก็พอแล้ว
ส่วนจะสำนึกได้หรือไม่นั้น นั่นก็เป็นโชคส่วนตัวแล้ว
เจียงเซี่ยนไม่ซักไซ้เรื่องนี้อีก นางยิ้มและเริ่มเล่นไพ่กับฮูหยินเหอ
ฮูหยินเหอเห็นนางไม่ซักไซ้อีก ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกทันที บนหน้ามีรอยยิ้มอีกครั้งแล้ว
แต่รอยยิ้มนี้อยู่ได้ไม่นาน ไป่เจี๋ยก็เดินเข้ามาอย่างมั่นคง นางย่อตัวคารวะฮูหยินเหอกับเจียงเซี่ยน และรายงานด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ฮูหยิน ท่านหญิง คุณหนูเกาพาคุณหนูสามตระกูลซือมาขอพบท่านหญิง เพราะไม่รู้ว่าท่านหญิงมาที่เรือนของฮูหยิน ข้าจึงเชิญคุณหนูทั้งสองไปดื่มชาที่เรือนเย็นสบายเจ้าค่ะ”
เรือนเย